สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
สะพานสูบน้ำทะเล
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

ชื่อไทย :เทวดาอัลตั้ม เทวดาป่า เทวดายักษ์
ชื่อวิทยาศาสตร์ :Pterophllum altum
ชื่อสามัญ :Altum Angel,Deep Angel
ถิ่นกำเนิด แม่น้ำโอริโนโคRio Orinoco ประเทศโคลัมเบีย แม่น้ำเนโกร (Rio Negro)   ของประเทศบราซิลและเวเนซุเอลา
ขนาด สามารถโตเต็มที่ได้มากกว่า 12 นิ้วในแนวตั้ง

     

ภาพจาก https://pet.kapook.com

     ลักษณะรูปร่าง ครีบของเทวดาอัลตั้มนั้น จะค่อนข้างกางตั้งชันเป็นสง่ากว่าเทวดาสายพันธุ์อื่นๆ ซึ่งครีบกระโดงและครีบทวารที่ตั้งชันนี้ ทำให้มันดูลำตัวแคบๆ ผอมยาวและค่อนข้างไปทางทรงสูงมากกว่าทรงป้อม ซึ่งชื่อ altum ในภาษาลาตินก็แปลว่าสูง หน้าผากที่ค่อนข้างตั้งชันจนดูเหมือนปลาหน้าหักๆไปสักนิด สีลำตัวจะออกไปทางสีเงินๆเหลือบเขียวหรือเหลือบฟ้ามีจุดสีแดงหรือสีน้ำตาล กระจายตามส่วนบนของลำตัวอย่างบริเวณแนวสันหลังและครีบกระโดง
การเลี้ยงดู เทวดาอัลตั้มจัดเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ เมื่อเลี้ยงเทวดาอัลตั้มในตู้ที่มีขนาดใหญ่ มีพื้นที่ว่ายน้ำสบายๆครีบเครื่องต่างๆของเทวดาอัลตั้มจะว่ายกางดูสง่าสวยงาม ถ้าเลี้ยงในตู้ขนาดเล็กคับแคบหรือทรงตื้นๆ อาจพบว่าครีบต่างๆอาจคดงอได้ ตู้เลี้ยงที่มีขนาดใหญ่จะช่วยเรื่องการชะลอการเปลี่ยนแปลงของค่าน้ำ ซึ่งเทวดาอัลตั้มค่อนข้างเปราะด้วย
     อาหาร เทวดาอัลตั้นนั้นฝึกให้กินอาหารได้แทบทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นอาหารสำเร็จรูปชนิดเม็ดและแผ่น ไม่ว่าจะจมหรือลอยและอาหารสดอย่างกุ้งฝอย ไส้เดือนฝอย หนอนแดง ลูกน้ำ รวมถึงหนอนนก ควรระมัดระวังเรื่องความสะอาดของอาหารสดเป็นที่สุด เพราะอาจเป็นตัวนำโรคร้ายมาสู่เทวดาอัลตั้มซึ่งค่อนข้างยากที่จะรักษาเนื่องจากมีความต้านทานต่อยาต่างๆได้ไม่ดีนัก
     การเพาะพันธุ์ เทวดาอัลตั้มเป็นปลาน้ำลึกแถมยังต้องการค่าน้ำที่สลับซับซ้อน ประเทศญี่ปุ่นและไต้หวันได้มีการเลี้ยงเทวดาอัลตั้มกันอย่างกว้างขวาง และมีการคัดเลือกและพัฒนาสายพันธุ์ (Selective Breeding) ให้มีความสวยงามมากขึ้นโดยในประเทศญี่ปุ่นได้มีการพัฒนาเทวดาอัลตั้มขึ้นเป็นสองสายคือ สายสีฟ้าที่เกล็ดเหลือบสีฟ้ากระจายตามลำตัว และสายสีแดงซึ่งมีเกล็ดสีแดงขึ้นเป็นหย่อมๆตามใบหน้า สันลำตัว และครีบกระโดงหลัง การเพาะพันธุ์เทวดาอัลตั้มนั้นก็คล้ายกับการเพาะปลาเทวดาสายพันธุ์อื่นๆ ซึ่งการจับคู่แบบที่นิยมกันเป็นวิธีธรรมชาติ โดยเลี้ยงรวมเป็นฝูงหลายๆตัว พ่อแม่ปลามักจะจับคู่กันเองเมื่อมีความพร้อมที่จะผสมพันธุ์ แถบคาดสีดำของเทวดาอัลตั้มจะเข้มขึ้นมากในช่วงใกล้ผสมพันธุ์ หลังจากที่ปลาทั้งสองเลือกคู่กันเองเรียบร้อยแล้ว จะมีพฤติกรรมหวงแหนอาณาเขต ปลาทั้งสองจะเลือกทำเลวางไข่ และป้องกันปลาตัวอื่นไม่ให้เข้าใกล้ เทวดาอัลตั้มมักจะวางไข่บนวัสดุผิวเรียบ เช่น ใบของต้นไม้น้ำ ขอนไม้ รวมถึงผนังกระจกของตู้เลี้ยง รวมถึงโดมวางไข่ของปลาปอมปาดัวร์ก็สามารถใช้ได้เช่นกัน

 

ที่มา  นิตยสาร อควา สื่อสายใยโลกใต้น้ำ ปีที่4 ฉบับที่44 ประจำเดือนมิถุนายน 2549 หน้า104-108