โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
สะพานสูบน้ำทะเล
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

ในยามที่เศรษฐกิจเป็นเช่นนี้เราคนไทยทุกคนต้องช่วยกันแหละครับ โดยเฉพาะกำลังใจ ขอเป็นกำลังใจให้กับคนไทยทุกคนนะครับ อย่าท้อแท้ อะไรที่ประหยัดได้ก็ต้องประหยัด อะไรไม่จำเป็นก็ต้องคิดให้รอบคอบ มิเช่นนั้นแล้วการที่เราจะมีชีวิตอยู่ในสังคมที่มีเศรษฐกิจเป็นเช่นนี้คงลำบากน่าดู ตัวผู้เขียนเองเป็นคนหนึ่งครับที่ต้องระมัดระวังในเรื่องนี้เช่นกัน เมื่อวันก่อนไปซื้อ “แห” มาหนึ่งปาก นำไปจับปลิมคลองข้างบ้านปรากฏว่าได้ผลครับ ช่วยประหยัดรายจ่ายของแม่บ้านได้มากทีเดียวครับ ได้ปลามาเหลือกินเหลือใช้นำไปแบ่งปันให้กับเพื่อนบ้านได้อีกด้วย พวกปลานิลปลากระดี่นำไปตากแห้งแล้วทอดอร่อยดีครับ

         

ภาพจาก https://th.wikipedia.org

เออ….กล่าวถึงปลากระดี่ บทความปลาสวยงามตามแบฉบับไทยๆ กับผมจำนง ถีราวุฒิ ขอนำเสนอ “ปลากระดี่มุก”ก็แล้วกันนะครับ เป็นปลาสวยงามพื้นเมืองที่อยู่คู่กับแม่น้ำของไทยมาช้านาน เวลาผมออกไปจับปลาโดยใช้แหเป็นเครื่องมือประมง ส่วนใหญ่ปลาที่จับได้จะเป็นปลาพวกปลากระดี่ แต่เป็นพวกปลากระดี่หม้อกระดี่นางและปลาสลิด ปลาสลิดจัดอยู่ในสกุลเดียวกับปลากระดี่เช่นกันครับ ส่วนปลากระดี่มุกไม่เคยเจอ จับไม่เคยได้เลยครับ ที่ไม่ได้ไม่ใช้ว่าฝีมือการเหวี่ยงแหไม่ดีนะครับ แต่เป็นเพราะปลาชนิดนี้หายากในธรรมชาตินั่นเองถ้าจะมีบ้างก็จะแถวพื้นที่ภาคกลางหรือไม่ก็ภาคใต้ตอนล่างเท่านั้นเองครับ แต่โชคดีครับ ถึงแม้ว่าปลาจากแหล่งน้ำธรรมชาติใกล้สูญพันธุ์ เราก็ยังมีปลาชนิดนี้ที่ได้จากการเพราะพันธุ์ด้วยฝีมือคนไทยเรานี่เอง ทำให้ปลากระดี่มุกยังคงอยู่คู่กับประเทศไทยตลอดไป

          และอีกอย่างครับจะลืมเสียไม่ได้ ปลากระดี่มุกฟังชื่อก็ธรรมดา แค่ปลากระดี่จะวิเศษวิโสอะไรหนักหนา ถ้าเราคิดเช่นนี้ถือว่าผิดเยอะเลยครับ แท้ที่จริงแล้วปลากระดี่มุกเป็นปลาสวยงามของไทยที่ขึ้นแท่นติดอันดับ 1 ใน 10 ปลาสวยงามตลอดกาลของไทยอีกด้วย มีดีกรีไม่ธรรมดาใช่ไหมครับมาทำความรู้จักกับปลาชนิดนี้กันเลยครับ

         ปลากระดี่มุกมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า triehogaster leeri มีรูปร่างคล้ายปลากระดี่หม้อมากที่สุดในบรรดาปลาสกุลเดี่ยวกัน ซึ่งปลากระดี่หม้อ ปลากระดี่นางและปลาสลิด แต่ปลากระดี่มุกมีลำตัวกว้างกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปลากระดี่หม้อมีรูปร่างคล้าย ๆ ใบไม้ครีบหลัง ครีบก้นมีขนาดใหญ่และมีก้านครีบอ่อนยาวเป็นเส้นริ้ว ลำตัวสีเงินมีแถบสีดำพาดยาวไปถึงโคนครีบหาง ส่วนท้องมีสีส้มอ่อน ๆ และมีจุกกลมสีเงินมุกกระจายทั่วลำตัว จุดกลมสีมุกนี่แหล่ะครับคือทีเด็ดและอาวุธแห่งความงามของปลากระดี่มุกอย่างแท้จริง ลองคิดดูซิครับขนาดเครื่องประดับมีมุกเพียงไม่กี่เม็ดมาเสริมมาแต่งหากใครได้นำมาใส่ประดับแล้วล่ะก็สวยงามอย่าบอกใคร และปลากระดี่ที่มีมุกทั่วตัวล่ะครับจะสวยงามขนาดไหนนี่ถ้าสมมุติปลากระดี่มุกเป็นปลาขนาดใหญ่แล้วมีมุกกระจายทั่วลำตัวอะไรจะเกิดขึ้น แน่นอนครับราคากระฉูด แต่ปลากระดี่มุกมีความยาวเมื่อโตเต็มที่เฉลี่ย 10 – 12 เซนติเมตร จัดว่าเป็นปลาที่มีขนาดน่ารัก ๆ แหล่ะครับ ไม่เล็กจนเกินไปแต่ก็ไม่ใหญ่มาก ปลาชนิดนี้มีพฤติกรรมชอบอยู่เป็นคู่หรือเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ในแหล่งน้ำที่มีค่าความเป็นกรดต่ำในป่าพรุ

ภาพจาก https://www.pstip.com

          การเลี้ยง มาดูวิธีการเลี้ยงกันบ้าง สิ่งที่สำคัญซึ่งเชื่อกันว่าเป็นปลากระดี่มุกถ้านี้ไม่สวยไม่งาม ปลากระดี่มุกก็คงจะเป็นแค่ปลากระดี่ธรรมดานี่เอง นั่นคือการจัดตู้ปลาครับต้องเด่นโดยเฉพาะพรรณไม้น้ำ ตอไม้ ก้อนหิน ก้อนกรวด อุปกรณ์พวกนี้แหล่ะครับจะทำให้ปลากระดี่มุกที่เราเลี้ยงมีความเด่นความงามเพิ่มไปอีกเมื่อได้อยู่ในตู้ที่เราเลี้ยง

          ในเรื่องของคุณภาพน้ำก็ต้องดีด้วยครับ ถึงแม้ว่าในธรรมชาติของปลากระดี่จะสามารถทนต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพน้ำได้ดี แต่ปลาที่เราได้มาส่วนใหญ่เป็นปลาที่ได้จากการเพาะเลี้ยงทั้งสิ้น ฉะนั้นคุณภาพน้ำก็จะต่างกันต้องมีระบบกรองและเครื่องให้ออกซิเจนด้วยครับ ตู้ขนาดความยาว 60 c.m. ปล่อยปลา 4 – 6 ตัว ก็พอครับ เสริมด้วยปลาสอดหรือปลาหางนกยูงบ้าง 4 – 5 ตัวแค่นี้ก็สุดยอดแล้วครับ

          อาหารที่ให้อาหารเม็ดสำเร็จรูปเพราะสะดวกต่อการให้ และอีกอย่างปลาที่เราได้มาส่วนใหญ่เป็นปลาที่ฝึกให้อาหารเม็กมาแล้ว แต่ถ้าเป็นธรรมชาติพวกนี้ก็จะกินพวกสัตว์น้ำต่าง ๆ เช่นไรแดงหรือพรรณไม้น้ำเล็ก ๆ ก็กินครับ

          ถ้าผู้อ่านท่านใดเคยเจอหรือเคยสัมผัสแต่สวรรค์บนเดินแต่ไม่เคยลองหรือสัมผัสกับสวรรค์ในน้ำ เลี้ยงปลากระดี่มุกสิครับ แล้วจะรู้ว่าสวรรค์ในน้ำเป็นเช่นไร ผมไม่ได้หมายความว่าให้ท่านดำลงไปใต้น้ำนะครับ แต่ยามใดที่ปลากระดี่มุกแหวกว่ายอยู่ในตู้ปลาที่เต็มไปด้วยธรรมชาติพรรณไม้น้ำ ผสมผสานกับก้อนหินที่ตกแต่งอย่างสวยงามภายในตู้ปลา นั่นแหละครับแล้วท่านจะรู้ว่าอ๋อ...สวรรค์ในน้ำเป็นอย่างนี้นี่เอง

          สุดท้ายนี้ขอฝากท่านที่รักในปลาสวยงาม เรามาร่วมกันอนุรักษ์ส่งเสริมพันธุ์ปลาสวยงามพื้นเมืองของไทยไปด้วยกันนะครับ อย่าปล่อยให้ปลาสวยงามของไทยมีแต่ชื่อ แล้วเราจะภูมิใจอะไรล่ะครับ ถ้าลูกหลานของเราเห็นแต่รูปภาพ ส่วนตัวเป็นเป็นของปลาไม่รู้อยู่ที่ไหน จริงไหมครับ...

โดย...จำนง ถีราวุฒิ