โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
สะพานสูบน้ำทะเล
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

ปลาหัวตะกั่ว  เป็นชื่อที่คนไทยรู้จักกันดี แพร่กระจายสายพันธุ์ตามแหล่งน้ำอย่างกว้างขวางเกือบทุกภาคของบ้านเรา แต่ไม่ได้รับความนิยมในฐานะปลาสวยงาม เพราะสีสันบนลำตัวส่วนใหญ่เป็นสีเทา มีความโดดเด่นของครีบหางและชายน้ำที่มีสีสันและลวดลายแตกต่างกัน 

 Click here to see a large version

             ภาพจาก https://pet.kapook.com

               ปลาคิลลี่  เป็นปลาตระกูลวางไข่ที่มีความหลากหลายทางพันธุกรรม บ่อยครั้งมีการค้นพบสายพันธุ์ ใหม่ๆในธรรมชาติจนถึงปัจจุบัน สายพันธุ์ปลาคิลลี่จากประเทศต่างๆขึ้นทะเบียนรวมแล้วมากกว่า 400 สายพันธุ์  การกระจายพันธุ์ปลาคิลลี่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ดำเนินอย่างต่อเนื่อง บางส่วนค้นพบในพื้นที่นอกเขตร้อนชื้น เช่นในประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา ตลอดจนตอนใต้ของอาร์เจนติน่าในเขตที่ราบลุ่ม อย่างไรก็ตาม ปลาคิลลี่ส่วนใหญ่ยังพบมากในเขตพื้นที่มีฝนตกชุกตลอดปี ตามแหล่งน้ำที่มีสภาพน้ำอ่อน (Soft  Water) และมีความเป็นกรด (Acid  Water) ผสมผสานกัน มีอุณหภูมิของน้ำไม่สูง

                ปลาน้ำจืดสวยงามที่รวบรวมจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น ปลาคาดินัล   เทวดาอัลตั้ม   ปอมปาดัวร์ ปลาคิลลี่บางชนิด ยากต่อการนำมาเพาะเลี้ยงในพื้นที่จำกัดอย่างตู้ปลาหรือบ่อเลี้ยง ได้รับสมญานามเป็น ปลาปราบเซียน หากเลี้ยงอย่างถูกต้องและเหมาะสม ปลาคิลลี่ เลี้ยงง่ายเหมือนปลาสวยงามทั่วๆไป เทคนิคสำคัญที่ควรรู้ ก่อนเริ่มเลี้ยงต้องปรับสภาพน้ำให้ใกล้เคียงกับน้ำในธรรมชาติใช้ดิน       พีทมอส มาต้มในน้ำให้เดือดประมาณ 5 นาที ให้ชุ่มน้ำ ทำการลดอุณหภูมิให้เย็นลง นำไปกรองแยกน้ำ นำดินพีทมอส ปูพื้นตู้ปลาความหนาครึ่งนิ้วเสมอกัน เติมน้ำสะอาดที่ไม่มีคลอรีนลงไป ขณะเติมสังเกต ดินพีทมอส บางส่วนลอยบนผิวน้ำ หนึ่งถึงสองวัน เมื่ออุ้มน้ำจะจมลงสู่ก้นตู้ ดินพีมอส มีคุณสมบัติช่วยในการปรับสภาพน้ำให้เป็นกรดอ่อนๆ ลดค่า pH เป็นกลาง ประมาณ 6-7 น้ำจะออกสีชาแวววาวเป็นที่ชื่นชอบของปลาคิลลี่

                การจัดแต่งตู้ปลาคิลลี่ ไม่นิยมใช้หินกรวดปูพื้นตู้ มีสภาพเป็นน้ำกระด้าง เป็นอันตรายต่อปลา การปลูกต้นไม้ลอยน้ำ เช่น ชวามอส สาหร่ายหางกระรอก หรือสาหร่ายพุงชะโด เหมาะกับตู้ปลาคิลลี่มากกว่าต้นไม้ที่ปลูกติดกับพื้นตู้ปลา

                ปลาคิลลี่สายพันธุ์  Epiplatys, Pachypanchax,  Aphyosemion และ  Rivulus สามารถเลี้ยงรวมกับปลาสวยงามชนิดอื่นได้ ยกเว้นสายพันธุ์ Nothobranchius และ Cynolebias  เลี้ยงในสัดส่วนตัวผู้ 1ตัว  /ตัวเมีย  2-3 ตัว

                การให้อาหาร ปลาคิลลี่กินอาหารหลากหลายชนิด ทั้งอาหารสดและอาหารสำเร็จรูป ให้หมุนเวียนสับเปลี่ยนกันไป อาหารที่นิยมให้ปลาคิลลี่ได้แก่ ไรแดง หนอนแดง ไรทะเล ลูกน้ำ อาหารเม็ด อาหารแผ่น หรือเต้าหู้ไข่ ส่วนอาหารต้องห้ามคือ  ไส้เดือนน้ำ จะนำพาเชื้อโรคและปรสิตที่เป็นอันตรายต่อปลาคิลลี่

                การจำแนกปลาคิลลี่ตามลักษณะการขยายพันธุ์แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆคือ กลุ่มวางไข่แขวนลอย และกลุ่มไข่ฝังดิน บางสายพันธุ์ในทวีปแอฟริกาสามารถวางไข่ได้ทั้งสองลักษณะในคราวเดียวกัน

                น้ำที่ใช้เลี้ยงต้องปราศจากคลอรีนและปรับสภาพ pH ในระดับ 6.5-7.0 น้ำต้องใสไม่ขุ่นมัว ไม่มีฟองอากาศลอยบนผิวน้ำ ควรเปลี่ยนน้ำเป็นประจำ แต่ละครั้งไม่ควรเกิน 20% ของปริมาณน้ำในตู้

ย่อจากเรื่อง...  ชีวิตชีวาประสาปลาคิลลี่

ย่อโดย...  ตุลฮาบ  หวังสุข

ที่มา...  FANCY  FISH  นิตยสารส่งเสริมการเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม ปีที่7 ฉบับที่83 ประจำเดือนกันยายน 2550 หน้า93-109