สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
สะพานสูบน้ำทะเล
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

ปลาทองโทซากิ้น เป็นปลาทองสายพันธุ์ดั้งเดิมสายพันธุ์หนึ่ง หรือ ราชินีแห่งปลาทอง ด้วยความสวยของช่วงลำตัวมีรูปร่างคล้ายหยดน้ำ แผ่นหางกางสวยงาม แฝงไว้ด้วยความอ่อนโยน มีการพัฒนาเต็มที่อายุ 3-4 ปี เลี้ยงครั้งแรกประมาณ 400 ปีก่อน ที่เกาะโคจิ ประเทศญี่ปุ่นการเลี้ยงไม่ต้องดูแลมากนัก เนื่องจากเป็นปลาที่เน้นความสวยงามของส่วนหาง ต้องระมัดระวังอย่าให้ส่วนหางเสียรูปทรง เลี้ยงให้ปลาเจริญเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่เร่งให้โตไวเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้เพื่อให้ทุกส่วนของปลาทองโทซากิ้นเจริญเติบโตอย่างสวยงามสมสัดส่วน เทคนิคการเพาะโทซากิ้น

รีดไข่ปลามาผสมกับน้ำเชื้อตัวผู้ทิ้งไว้ประมาณ 4-5 นาที ให้น้ำเชื้อผสมกับไข่อย่างสมบูรณ์ ไข่ 3,000 ฟองติดเชื้อถึง 2,500-2,800 ฟอง ถ้าเป็นน้ำเก่าจะติดเพียง 1,500 ฟองเมื่อเปลี่ยนน้ำไว้ในที่ร่มและเย็น ถ้าไว้ในที่ร้อนปรากฏครีบปลาไม่ครบ โตมาไม่สวยตามที่ต้องการ ช่วงอนุบาลเอาใจใส่ดูแลเป็นพิเศษ มีอากาศเย็นไข่จะแตกตัว เมื่อเริ่มเห็นปลาว่ายน้ำให้ปลากินอาหารได้เลย อาหารจะเป็นไรแดง คอยหมั่นดูดสิ่งสกปรกและขี้ปลาตลอดเวลา 5-8 วันวิธีการคัดปลา

ต้องคัดปลาดีไว้ เริ่มคัดตั้งแต่อายุ 6-7 วัน คัดประมาณ 7-8 ครั้ง คัดวันเว้นวัน ดูหางไม่สมบูรณ์หางลู่คัดออก ขั้นตอนการคัดโดยการเอาขึ้นตู้เพราะปลาเริ่มโตจะดูโครงสร้างว่ากระโดงสมบูรณ์แค่ไหน เพราะโทซากิ้นพัฒนามาจากโอซาก้าซนซุกับริ้วกิ้น โอกาสครีบไม่เต็มสูง คัดจนปลามีโครงสร้างดีที่สุด อาหารเป็นลูกไร เพราะมีโปรตีนสูงถึง 74% สูงกว่าลูกน้ำ หนอนแดงมีโปรตีนเพียง 66% ปลาที่สวยต้องกินลูกไรและมีอาหารเสริม โดยใช้อาหารเม็ด บางทีปลาขี้ออกมาจะฟุ้ง เนื่องจากในอาหารมีส่วนผสมของแป้งเจือปนอยู่ อาหารเม็ดช่วยเสริมในเรื่องสารอาหารที่อาหารสดไม่มี ทำให้ทรงปลาออกมาสวย โทซากิ้นต้องเป็นทรงหยดน้ำ มาตรฐานของโทซากิ้นควรมีลักษณะดังนี้1.ปาก ควรมีปากเล็กแหลมดูดีมีสง่า2.ลำตัว รูปหยดน้ำเมื่อมองด้านจากด้านข้าง ลำตัวเหยียดตรงเป็นระนาบ3.หาง กางออกในแนวนอน ยกไม่เกิน 15 องศา หางต้องใหญ่หนาแข็งแรง4.จานหาง มีขนาดใหญ่เพื่อเป็นฐานให้กางออก5.แกนหาง มีขนาดใหญ่และสั้น ท้องชิดกับหาง6.ครีบก้น มี1หรือ2 ถ้ามีสองอันจะดีมาก ถือเป็นปลาเกรดคุณภาพ

ช่วงหน้าฝนปลาป่วยจะมีสูงเพราะอากาศเย็นปลาจะไม่ค่อยจะกินอาหาร ควรให้ปริมาณน้อย หรืองดให้เลยก็ได้ วิธีแก้เมื่อปลาเริ่มป่วย ใช้ฟอร์มาลีน 30CC. ต่อน้ำ 100ลิตร เพราะฟอร์มาลีนจะสลายตัวเมื่อใช้เสร็จ หรือจะใช้เกลือ 300-500 กรัม ต่อน้ำ 100ลิตร แต่ส่วนใหญ่จะเลือกใช้ฟอร์มาลีน วิธีการเลือกซื้อปลา ควรเลือกปลาที่สุขภาพดีว่องไว ไม่นิ่งเฉย แยกตัวจากกลุ่ม ลำตัวไม่เป็นแผล หางไม่ฉีกขาด เมื่อเลือกซื้อได้แล้วนำมาเลี้ยง ควรงดอาหาร 2 วันจะดีที่สุด ปลาโทซากิ้นน้อยตัวจะมีครีบหางที่ครบสมบูรณ์ การม้วนหางจะค่อยๆม้วนตามอายุปลา

ปลาอายุ 10-12 วัน หางกาง 60-70 องศา คัดอยู่ในประเภทดีมาก

ปลาอายุ 2 เดือน หางกาง 90 – 110 องศา

ปลา 1 ปี หางจะม้วนเล็กน้อย

ปลา 2 ปี หางจะม้วนมากขึ้นและจะพัฒนาไปเป็นลำดับ

 

เครดิตภาพ http://www.ninekaow.com

โทซากิ้น เป็นปลาเลี้ยงยาก ควรเลี้ยงในอ่างทรงกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง 70 เซนติเมตร เพื่อให้ปลาว่ายเป็นวงกลม เป็นการฟอร์มหางให้เริ่มตีเกลียวม้วนขึ้นในช่วง 3-4 เดือนแรก จากนั้นเลี้ยงในอ่างสี่เหลี่ยมปกติ โทซากิ้นเป็นพันธุ์ที่ลอกช้าที่สุด สายพันธุ์ที่สวยมี 2 สายพันธุ์ คือ มิมูโชะ จะโดดเด่นในเรื่องสีสัน เป็นปลาด่างโทนสีขาว-แดง และพันธุ์ โอกาว่า หางจะสวยแต่จะลอกช้ากว่าสายพันธุ์อื่น จะได้ปลาดำเยอะ เป็นที่นิยมมากเน้นสีที่คลาสสิค แต่ไม่เท่ากับสีขาวแดงหางขลิบขาว การถ่ายทอดทางพันธุกรรม หยดน้ำมาจากตัวเมีย ในการผสมจะใช้ตัวเมียสีขาว ตัวผู้สีขาวแดงหรือสีแดง ที่ใช้ตัวเมียสีขาวเพื่อให้สีของปลาลอกเร็ว แต่มีข้อเสียตรงสืบสายพันธุ์มาจากตัวผู้ตัวเดียว ปลาในปัจจุบันเป็นปลาสายเดียวกัน มีปัญหาเรื่องสายเลือดชิด ถ้าปลาเป็นโรคมีโอกาสตายยกครอกสูง

การพัฒนาสายพันธุ์ในอนาคตจะพัฒนาสายพันธุ์ให้ม้วนหางเร็วขึ้นหรือให้เกิดสีใหม่ๆมาให้คนได้เลี้ยงกันนั้น คงถูกใจหลายท่านที่ชื่นชอบในปลาทองสายพันธุ์โทซากิ้นอย่างแน่นอน และหวังไว้ว่าถ้าเกิดสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมาเร็วๆนี้เราคงจะได้ชมปลาที่มีความสวยงามครบตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้

ย่อจากเรื่อง... โตซากิ้น ลูกร้อยไทย

ย่อโดย... ตุลฮาบ หวังสุข

ที่มา... FANCY FISH นิตยสารส่งเสริมการเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม ปีที่7 ฉบับที่82 ประจำเดือน สิงหาคม 2550 หน้า60-60