สะพานสูบน้ำทะเล
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

เมื่อพูดถึงเรื่องวาฬบรูด้าแล้วหลายคนอาจจะสงสัยว่า เพราะเหตุใดจึงเรียกวาฬบรูด้า … เจ้าวาฬบรูด้านี้มีลักษณะเป็นอย่างไร ลำตัวเหมือนวาฬทั่วไปหรือไม่ และทำไมจึงไม่เรียกว่าปลาวาฬบรูด้า   วันนี้มีคำตอบมาเฉลยค่ะ  วาฬบรูด้า หรือ วาฬชนิดอื่นๆ ไม่เรียกปลาเนื่องจาก วาฬเป็นสัตว์เลี้ยงเลือดอุ่น และก็เลี้ยงลูกด้วยนม ต่างจากปลาชนิดอื่นๆ ที่เป็นสัตว์เลือดเย็น และก็ออกลูกเป็นไข่ แต่คนไทยจะติดเรียกว่าปลาวาฬ

            วาฬบรูด้า เป็นสัตว์ห้ามค้าระหว่างประเทศ ที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายของไทย และเป็นสัตว์ที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Balaenoptera edeni และ Balaenoptera brydei โดยอ่านออกเสียงว่า "บรูด้า" เหตุที่ชื่อว่า บรูด้า นั้นมาจากการตั้งให้เป็นเกียรติ แก่กงสุลชาวนอร์เวย์ ในประเทศแอฟริกาใต้ที่ชื่อ โยฮัน บรูด้า (Johan Bryde) วาฬบรูด้าอยู่ในวงศ์Balaenopteridaeซึ่งมีวาฬสีน้ำเงินและวาฬฟินรวมอยู่ด้วย 
  
           ลักษณะทั่วๆ ไปของวาฬบรูด้า เป็นวาฬขนาดปานกลาง มีรูปร่างค่อนข้างเพรียว ลำตัวของวาฬชนิดนี้สีเทาเข้ม มีลายแต้มสีขาว ประปรายตรงใต้คางและใต้คอ บางตัวพบมีแถบสีจางบนแผ่นหลัง บางตัวก็ มีจุดสีจางทั้งตัวคล้ายสีเทาลายกระสีขาว เวลาอยู่ในทะเลจะสังเกตเห็นสัน 3 สันเด่นชัดด้านบนของปาก ซึ่งจะวางตัวขนานกันจากปลายปากจนถึงตำแหน่งของรูหายใจ ในขณะที่วาฬชนิดอื่นๆ มีสันตรงกึ่งกลางปากเพียง สันเดียว เวลาผุดขึ้นหายใจเหนือผิวน้ำ จะเห็นหัวและน้ำพุที่หายใจออกมาเป็นเวลานานสักครู่ก่อนจะเห็นครีบหลังตามมา 

“วาฬบรูด้า” ฮีโร่อ่าวไทย...สู่อนาคตใหม่“สัตว์สงวนลำดับที่ 16”/ปิ่น บุตรี

ลีลาเหินหาว (โดย สุระชัย ภาสดา ภาพจากโครงการเผยแพร่การขึ้นทะเบียนวาฬบรูด้าเป็นสัตว์สงวนลำดับที่ 16)

เครดิตภาพ http://www.manager.co.th



          จุดเด่นของวาฬบรูด้า คือ ครีบหลังที่มีรูปโค้งอยู่ค่อนไปทางด้านปลายหาง แพนหางวางตัวตาม แนวราบ และมีรอยเว้าเข้าตรงกึ่งกลาง ครีบคู่หน้ามีปลายแหลมและมีความยาวเป็น 10% ของความยาวลำตัว ใต้ปากล่างมีร่องตามยาวประมาณ 40-70 ร่อง ซึ่งพาดจากใต้ปากจนถึงตำแหน่งสะดือ แผ่นกรองที่ห้อยลงมาจาก ปากบนมีจำนวน 250-370 แผ่น แผ่นที่ยาวที่สุดยาว 60 เซนติเมตร ซี่บนแผ่นกรองค่อนข้างหยาบ 

          วาฬบรูด้า เมื่อโตเต็มที่จะยาว 14 – 15.5 เมตร หนัก 20 – 25 ตัน กินอาหารโดยการกรอง เนื่องจากวาฬบรูด้า เป็นวาฬชนิดไม่มีฟันแต่มีบาลีน (Baleen) เป็นแผ่นกรองคล้ายหวี สีเทา 250 – 370 ซี่ ใช้กรองแพลงก์ตอน และฝูงปลากินเป็นอาหาร เช่น ปลาหมึก ปลาทู ปลากะตัก เป็นต้น พบแพร่กระจายอยู่ทั่วโลก โดยเฉพาะในเขตร้อนและเขตกึ่งร้อน ในเขตละติจูด 40 องศาเหนือถึงใต้ ไม่พบการอพยพย้ายถิ่นฐานเป็นระยะทางไกล โดยมากมักพบครั้งละ 1-2 ตัว 

          วัยเจริญพันธุ์ ในช่วงอายุ 9-13 ปี วาฬบรูด้าจะให้ลูกครั้งละ 1 ตัวทุก 2 ปี ตั้งท้องนาน 10-12 เดือน ระยะให้นมน้อยกว่า 12 เดือน ลูกวาฬแรกเกิดจะมีความยาวประมาณ 3-4 เมตร วาฬบรูด้าอายุยืนถึง 50 ปี เวลาจมตัวดำน้ำจะโผล่หัวเล็กน้อยแล้วทิ้งตัวจมหายไปไม่โผล่ส่วนหางขึ้นมาเหนือน้ำ 

           วาฬบรูด้า เป็นวาฬเพียงชนิดเดียวที่พบว่า อาศัยอยู่ประจำถิ่นในอ่าวไทยและมีขนาดเล็กกว่าที่พบจากแหล่งอื่นๆ ทั่วโลก ทำให้มีนักวิทยาศาสตร์ต่างชาติหลายท่านพยายามศึกษาและตั้งชื่อวาฬบรูด้า ในอ่าวไทยให้เป็นวาฬชนิดใหม่ของโลก ปัจจุบันพบซากโครงกระดูกและสถิติทั่วประเทศรวมกว่า 100 แห่ง แต่จะพบบ่อยที่ทะเลบ่อนอก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 

พบฝูง วาฬบรูด้า โผล่ทะเลเมืองเพชรบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี  รู้สึกดีใจที่ทะเลบ้านแหลมมีฝูงวาฬเข้ามาอาศัย พบมากสุดเกือบ 10 ตัว บริเวณชายฝั่งระหว่าง ต.บางตะบูน และ ต.แหลมผักเบี้ย อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ช่วงเวลาที่พบเห็นได้บ่อยจะเป็นช่วงน้ำขึ้นของทุกวันในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม ซึ่งแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำและธรรมชาติทะเลที่ยังบริสุทธิ์สะอาด นับเป็นของดีของ จ.เพชรบุรี   เชื่อนักท่องเที่ยวแห่กันมาดูที่สำคัญขณะนี้ใกล้เทศกาล กินหอย ดูนก ตกหมึกที่ อ.ชะอำจัดขึ้น เชื่อว่า วาฬบรูด้าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเที่ยวงานเพิ่มมากขึ้น ขอให้ชาวประมงช่วยกันดูแลอย่าให้เกิดอันตรายต่อวาฬบรูด้า เนื่องจากปัจจุบันเป็นสัตว์น้ำขนาดใหญ่ที่หาชมได้ยากและในธรรมชาติก็เหลือน้อยแล้ว ที่สำคัญต้องช่วยกันรักษาสภาพน้ำทะเลให้ดีอยู่เสมอ เพราะหากเน่าเสียคงจะไม่มีโอกาสได้พบฝูงวาฬเหล่านี้ 


กิจกรรมดูวาฬ เป็นล่ำเป็นสันครั้งแรกในประเทศไทย แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่ต้องขอเตือนกันไว้ก่อนก็คือ เรื่องของความปลอดภัยของท่านที่จะออกไปลอยเรือดูวาฬบรูด้า สิ่งแรกที่ควรคำนึงถึงก็คือ สภาพอากาศ เช่นต้องเช็คดูให้แน่นอนเสียก่อนว่าวันที่จะออกไปดูนั้นคลื่นลมสงบเงียบดี ไหม ถ้าทะเลปั่นป่วนมีคลื่นลมก็อย่าออกไปเสี่ยงเลยครับ เพราะจุดที่จะไปดูวาฬนั้นอยู่กลางทะเล ไม่มีที่หลบคลื่นลม ต้องไปลอยลำให้คลื่นโยนไปมาให้เกิดความเสี่ยงหรือเกิดอาการเมาคลื่นเล่นเสีย เปล่าๆ และทะเลที่มีคลื่นนั้นก็ยากจะสังเกตเห็นวาฬที่โผล่ขึ้นมาพ้นน้ำ ไม่เหมือนกันช่วงทะเลเรียบๆ โผล่ขึ้นมาเมื่อไหร่ก็สามารถมองเห็นได้จากระยะไกลๆ อย่างชัดเจน สิ่งที่ต้องคำนึงถึงให้มากอันดับถัดมาก็คือ ขนาดของเรือที่ออกไปจะต้องไม่เล็กจนเกินไป เพราะแล่นออกห่างจากฝั่งราวชั่วโมงเศษ และอาจจะแล่นหรือลอยลำหาจุดที่ปลาขึ้นเป็นเวลานานถึง 3-4 ชั่วโมงก็มี และเรือที่ออกไปต้องมีชูชีพสำหรับผู้โดยสารทุกคน ประเภทไม่เป็นไรหรอกทะเลเรียบไม่ต้องมีชูชีพก็ได้นั้นอย่าไปใช้บริการอย่าง เด็ดขาด อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงครับ และสุดท้าย การเข้าไปดูวาฬบูด้านั้น ควรเคารพกฎกติกาที่จะไม่ไปรบกวนวาฬมากนัก เมื่อพบแล้วควรจอดเรือลอยลำอยู่ด้านเดียวกันในระยะห่างราว 300 เมตรขึ้นไป เพราะจะได้ไม่ไปกดดันให้วาฬต้องตื่นหนี หรือเข้าไปใกล้จนทำให้ฝูงปลากะตักที่วาฬได้ตีวงล้อมไล่ต้อนให้มารวมกันก่อน ที่จะฮุบเหยื่อแตกหนีไปเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย ซึ่งวาฬจะอดอาหารจานโปรดเสียเปล่าๆ และในที่สุดก็จะหนีออกไปให้ไกล ๆ ก็จะอดดูกัน หรือหากทำให้มันรู้สึกว่าบริเวณนี้ถูกรบกวนมากและดูไม่ปลอดภัย ปีหน้ามันอาจจะไม่เข้ามาอีกเลยก็เป็นได้ ฉะนั้นก็ขอให้ใช้ความระมัดระวังกันหน่อยทั้งเจ้าของเรือและผู้ที่จะเข้าไปดู เพื่อให้กิจกรรมของคนและวิถีชีวิตของวาฬดำเนินไปได้ด้วยกันอย่างมีความสุข ทั้งสองฝ่าย.

สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่ไปเที่ยวทะเลแล้วมีโอกาสได้ยลโฉมเจ้าวาฬบรูด้าล่ะก็ ขอแนะนำว่า ไม่ควรเข้าไปดูวาฬใกล้ๆ เพราะแม้วาฬชนิดนี้จะไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ เราก็ไม่ควรเข้าไปดูหรือถ่ายภาพใกล้จนเกินไป ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนวาฬบรูด้า ซึ่งตามหลักสากลควรอยู่ห่างประมาณ 200-300 เมตร

เรียบเรียงโดย...ฉวีวรรณ  หนูนุ่น

เอกสารอ้างอิง

หนังสือค คน ปีที่ 5  ฉบับที่ 11 (59) กันยายน พ.ศ. 2553  หน้า   32  วาฬบรูด้ามากับฝน.
   http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000132527
   http://gotoknow.org/blog/kohlarn/211892
   http://www.saveoursea.net/boardsmf/index.php?topic=188.0 
   http://www.coastalaqua.com/webboard/index.php?topic=4502.0