ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
สะพานสูบน้ำทะเล
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

ปลาแขยงนวลมีอยู่ทั่วไปตามแม่น้ำลำคลอง คำว่ามีอยู่ทั่วไปตามแม่น้ำลำคลอง ประโยคนี้ชักจะไม่แน่ใจแล้วละค่ะ เพราะน่าจะเป็นอดีตไปแล้ว ในปัจจุบันแม่น้ำในประเทศไทยของเราหลายแหล่งไม่พบปลาชนิดนี้เลย และบางแหล่งพบว่าปลาชนิดนี้ลดน้อยลงมาก เช่น ทะเลสาบสงขลา จากทีมงานสำรวจสัตว์น้ำรอบทะเลสาบสงขลาพบว่า ปลาชนิดนี้ชุกชุมมากบริเวณทะเลน้อยและลำปำ แต่อนาคตอันใกล้คิดว่าปลาแขยงนวลน่าจะอยู่ในทำเนียบปลาหายากอีกชนิดหนึ่ง

ดูแล้วก็รู้สึกใจหายเหมือนกัน นี่ขนาดปลาแขยงนวลเป็นปลาที่ว่ากันว่าเดินไปตรงไหนก็พบ ขอแค่ให้มีน้ำแล้วถ้าเป็นปลาที่หายากหรือใกล้สูญพันธ์อยู่แล้วมันจะเหลือให้เห็นหรือค่ะ ถ้าปลาแขยงนวลสูญพันธ์ไปหรือหายากขึ้น ผู้เขียนเองคงเสียดาย ปลาแขยงนวลเอามาทำกับข้าวอะไรก็อร่อย ส่วนตัวชอบเอามาทอดและก็มาทำแกงเหลือง อร่อยสุดๆ ไปเลยคะ

     ปลาแขยงนวล เป็นปลาน้ำจืด ไม่มีเกล็ด จัดอยู่ในวงศ์ปลากด ปลาแขยง (Family Bagridae) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Mystus wolffii (Bleeker, 1851) ปลาที่อยู่ในวงศ์เดียวกัน เช่น ปลากดเหลือง(Mystus nemurus) ปลากดแก้ว (Mystus wyckioides) ปลาแขยงข้างลาย (Mystus vittatus) ปลาแขยงใบข้าว (Mystus cavasius ) ปลากดหิน (Leiocassis siamensis)ฯลฯ ปลาแขยงนวลมีรูปร่างค่อนข้างสั้น ส่วนหัวโต ปากเล็ก มีหนวด 4 คู่ ครีบอกและครีบหลังเป็นก้านแข็ง ครีบไขมันค่อนข้างสั้น ครีบหางเว้าลึก ลำตัวมีสีเทาเขียวมะกอกหรือเหลืองทอง ด้านท้องสีเขียวอ่อน ขนาดที่พบใหญ่สุด 20 เซนติเมตร ขนาดโดยทั่วไป 10-15 เซนติเมตร มักอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ อาหาร จะเป็นปลาขนาดเล็ก ลูกกุ้ง แมลงน้ำ ซากสัตว์ และพืชที่เน่าเปื่อยในอดีตพบมากในแม่น้ำสายสำคัญๆ เช่น แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำตาปี นอกจากนี้ยังมีรายงานพบในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย พม่า เวียดนามและกัมพูชา โดยพบทั้งในบริเวณแหล่งน้ำจืดและน้ำกร่อย  เป็นปลาที่มีรสชาติดี สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายอย่าง เช่น ฉู่ฉี่ แกงเหลือง และปลาแดดเดียว มีราคาตามท้องตลาดกิโลกรัมละ 80-100 บาท นอกจากนี้ยังนิยมนำไปเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม ซึ่งว่ากันว่า ปลาแขยงนวลเป็นปลาพื้นบ้าน แต่พอได้นำไปเลี้ยงให้อยู่ในตู้ปลาสวยงามก็สวยงามไม่แพ้ปลาสวยงามชนิดอื่นเหมือนกันคะ ที่น่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง  พบว่า ปริมาณการจับจากแหล่งน้ำธรรมชาติได้ลดจำนวนลงอย่างน่าวิตก จากการสำรวจสัตว์น้ำรอบทะเลสาบสงขลา ตั้งแต่ ปี2547 – ปัจจุบัน ไม่พบปลาแขยงนวล เนื่องจากการทำการประมงเกินกำลังผลิตเพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภค ตลอดจนคุณภาพน้ำที่เสื่อมโทรมลงนั้นเอง แต่ก็ถือว่ายังโชคดีถ้ามีแหล่งน้ำอยู่ที่ไหนก็มักจะมีกรมประมงอยู่ที่นั้น  ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดสุราษฎธานี เพาะพันธุ์ปลาแขยงนวลด้วยวิธีฉีดฮอร์โมนผสมเทียมได้สำเร็จเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2548 ซึ่งถือเป็นข่าวดี ที่อย่างน้อยได้สร้างความมั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าปลาชนิดนี้ยังคงอยู่คู่แหล่งน้ำของประเทศไทยตลอดไป

 

     ก็พอทราบกันคร่าวๆ แล้วว่า ปลาแขยงมีลักษณะอย่างไร หน้าตาเป็นแบบไหน แต่ที่แน่ๆ มีเจ้าปลาพวกนี้อยู่ในแม่น้ำลำคลองเยอะๆก็จะดี รู้ไหมทำไม แม่น้ำลำคลองของเราจะสะอาด เพราะว่ามันมีนิสัยกินซากพืชซากสัตว์ กินเก่งแบบรุมขยุมกันนัวเนีย แต่ถ้าจะหวังให้แม่น้ำลำคลองสะอาดสะอ้านอย่าไปหวังพึ่งปลาแขยงเลย พวกเราทุกนี่แหละร่วมด้วยช่วยกันไม่ทำลายแหล่งน้ำ เมื่อแหล่งน้ำสะอาด ความอุดมสมบูรณ์ยังอยู่แน่นอนค่ะปลาและสัตว์น้ำอื่นๆก็ย่อมคงอยู่คู่แหล่งน้ำตลอดไป โดยเฉพาะปลาแขยงนวลนั้นเอง

โดย...ฉวีวรรณ  หนูนุ่น

เอกสารอ้างอิง

http://bottom01.com/395717

http://www.fisheries.go.th/aquaorna/web2/images/download/100thaifish.pdf

http://thailist.blogspot.com/2009/08/3-2.html