ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
สะพานสูบน้ำทะเล
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

เมื่อคุณเลี้ยงปลาหมอสีของคุณไปจนตัวโตและมีอายุมากขึ้น แล้วคิดจะเก็บรักษาสายพันธุ์ของปลาตัวโปรดเอาไว้ จะทำอย่างไรดี ในโอกาสนี้ มีวิธีการง่ายๆ ตามแบบของผู้เขียนเองมานำเสนอ โดยใครที่สนใจสามารถนำไปใช้เป็นแนวทาง เพื่อที่จะนำไปใช้เพาะพันธุ์ปลาของท่าน ซึ่งจะมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

 

1.การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ เลือกพ่อแม่ปลาหมอสีที่ท่านชอบ วิธีคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ มีดังนี้

-          เลือกพ่อแม่พันธุ์ที่มีความสมบูรณ์ คือ รูปร่างดี ครีบ อวัยวะต่างๆ ครบสมบูรณ์ไม่ผิดรูป ปาก ลำตัวไม่บิดเบี้ยว เช่น คนที่ชอบปลาตัวสั้น (shot body) ก็ให้เลือกพ่อปลาที่มีลักษณะตัวสั้น ตัวเมียจะเป็นปลาปกติก็ได้แต่ถ้าแม่ปลาตัวสั้นด้วยก็ยิ่งดี

-          ควรจะเลือกให้ปลาตัวเมียมีขนาดที่เล็กกว่าปลาตัวผู้ 1-2 เท่า เพราะปลาตัวเมียจะดุมาก ถ้าขนาดใกล้เคียงกันตัวผู้มักจะโดนตัวเมียกัดเอาได้ ข้อนี้ควรระวังให้ดี

-          อายุของปลาที่จะนำมาผสมพันธุ์ ไม่ควรนำปลาที่อายุน้อยหรือมากเกินไป ( 6 เดือน-2 ปี) มาเป็นพ่อแม่พันธุ์ เพราะน้ำเชื้อและไข่จะไม่ค่อยดี

2. การเตรียมสถานที่สำหรับเพาะพันธุ์ มีหลากหลายวิธีแต่วิธีที่แนะนำคือใช้ตู้กระจก 30-32 นิ้วขึ้นไปเพื่อที่จะได้เหมาะกับจำนวนลูกปลาที่จะออกมา

-          เตรียมตู้ปลาที่มีขนาดเหมาะสม ทำความสะอาดตู้ และเติมน้ำจืดสะอาดใส่ในตู้

-          เตรียมหัวทรายเพื่อให้ออกซิเจนในน้ำ

-          ใส่ที่กั้นใช้ตาข่ายหรือ กระจกกั้นครึ่งตู้

-          ใส่ที่รองกระถางต้นไม้ใช้เป็นที่วางไข่สำหรับปลาตัวเมีย

-          ใส่มาลาไคท์กรีนนิดหน่อยป้องกันกการเกิดโรค

3. การเทียบและผสมพันธุ์ปลา คือการนำพ่อแม่ปลามาใส่ในตู้เดียวกันให้ทำความรู้จักกันและดูว่าจะยอมจับคู่กันหรือไม่ก่อนที่จะปล่อยให้ผสมพันธุ์กัน

-          ใส่พ่อปลากับแม่ปลาฝั่งละตัว ให้ตัวเมียอยู่ฝั่งที่มีภาชนะสำหรับวางไข่อยู่

-          เลี้ยงปลาไปประมาณ 10 วันถ้าปลาสมบูรณ์ ปลาจะวางไข่ โดยให้สังเกตอาการปลาตัวเมีย หากมีอาการว่ายน้ำไปมา ทำความสะอาดพื้นที่สำหรับวางไข่ สีลำตัวคล้ำ มีท่อนำไขยื่นออกมา ประมาณ 1 เซนติเมตร ให้เอาเครื่องกีดขวางออก หากปลาทั้งคู่ยอมรับกัน จะวางไข่ภายใน 1-3 วัน หากปลามีการกัดกันให้รีบแยกปลาออกจากกัน เพราะว่าปลานั้นไม่เข้าคู่กัน อาจต้องลองเทียบใหม่ หรือไม่ก็หาคู่ใหม่

4. การฟักไข่ปลาและการอนุบาลลูกปลา เมื่อปลาวางไข่ ให้แยกไข่ปลาไปฟักอีกตู้ หรือให้ตักเอาพ่อแม่ปลาออก

-          นำภาชนะที่ไข่ปลาติดอยู่ไปวางในตู้ที่มีน้ำ ลึกประมาณ 10 เซนติเมตร โดยให้วางหัวฟู่ ไว้ตรงกลางที่มีไข่อยู่โดยให้ไข่สามารถได้รับอ๊อกซิเจนที่เพียงพอ หากไข่ปลาได้รับการผสม ไข่ปลาจะมีสีน้ำตาลใส ส่วนไข่ที่ไม่ได้รับการผสม จะมีสีขาวขุ่นภายใน 24 ชั่วโมง ไข่ที่ได้รับการผสมจะฟักออกจากไข่ภายใน 72 ชั่วโมง เมื่อลูกปลาฟักออกหมดให้เอียงภาชนะที่ไข่ติดอยู่แล้วกวักน้ำใส่เบาๆให้ลูกปลาหลุดออก ห้ามยกวัสดุที่ไข่ติดอยู่เลยผิวน้ำเพราะจะทำให้ลูกปลาตาย หลังจากนั้นก็จะอนุบาลลูกปลาต่อไป โดยลูกปลาจะเริ่มกินอาหาร เมื่อถุงไข่แดงยุบหมดซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3 วัน จึงเริ่มให้อาหาร โดยจะให้ไข่แดงต้มบดละเอียด หรือไรแดงมีชีวิต ควรเลือกวิธีหลังเพราะน้ำจะไม่เสีย(ต้องเพิ่มน้ำในตู้ทุกวันประมาณ 1 เซนติเมตร)

-          อนุบาลลูกปลาด้วยไรแดงจนปลาอายุประมาณ 20 วัน ลูกปลาก็จะเริ่มกินลูกน้ำได้ เมื่อปลาอายุ 30 วัน ก็เริ่มฝึกให้ปลากินอาหารสำเร็จรูปด้วย แต่ยังคงให้อาหารสดร่วมเพื่อเร่งการเจริญเติบโตของลูกปลาไปจนเมื่อสามารถแยกลูกปลาไปฟอร์มได้

สำหรับการเพาะขยายพันธุ์ปลาหมอสีนั้น ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย ผมเชื่อว่าหากสนใจและตั้งใจจะทำจริงๆ คงจะไม่ยากเกินไป ส่วนวิธีการเพาะพันธุ์นั้นจะแตกต่างกันไปตามวิธีของบรีดเดอร์ (คนเพาะพันธุ์ปลา) แต่ละคนซึ่งจะมีรายละเอียดเยอะมาก แต่หลักการโดยทั่วไปก็ประมาณนี้ ใครที่สนใจก็ลองทำดูนะครับ หากผิดพลาดประการใด ก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ

โดย อนุเชษฐ์  อรชร