อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
สะพานสูบน้ำทะเล
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

ม้าน้ำ เป็นปลาที่มีรูปร่างลักษณะแตกต่างไปจากปลาชนิดอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด คนส่วนใหญ่คิดว่าม้าน้ำไม่ใช่ปลา  ม้าน้ำเป็นสัตว์ที่มีส่วนผสมของสัตว์ 3 อย่าง คือ มีหน้าและหัวคล้ายม้า ลำตัวมีครีบคล้ายปลา ลอยตัวในแนวดิ่ง  มีกระดูกหรือก้างมาห่อหุ้เปเกราะ อยู่ภายนอกตัวแทนเกล็ด ส่วนหางของแทนที่จะเป็นครีบสำหรับว่ายน้ำไปมาอย่างปลาชนิดอื่น กลับมีหางยาวเหมือนสัตว์เลื่อยคลาน มีไว้เพียงเพื่อเกี่ยวยึดตัวเองกับพืชน้ำหรือปะการัง มีครีบอกและมีครีบบางใสตรงเอวอีกครีบหนึ่งช่วยโบกพัดกระพือ

ม้าน้ำ ชื่อวิทยาศาสตร์ Hippocampus Kuda Bleeker ชื่อภาษาอังกฤษ Sea Horse วงศ์ SYNGNATHIDAE ไฟลัม CHORDATA

ชนิดของม้าน้ำ ม้าน้ำทั่วโลกจำแนกได้ประมาณ 32 ชนิด พบบริเวณชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกของไทยมี 4 ชนิด

1. ม้าน้ำหนาม (H. trimaculatus) อาศัยอยู่ในบริเวณน้ำค่อนข้างลึกใสสะอาด เป็นม้าน้ำที่มีสีสันสวยงาม สีน้ำตาลแดง มีลายจุดสีขาว มีหนาม ค่อนข้างแหลมและยาว

 

2. ม้าน้ำ 3 จุด (H. trimaculatus) พบตามชายฝั่งในฤดูหนาว เพราะเป็นช่วงผสมพันธ์และวางไข่ มีจุด 3 จุด บริเวณส่วนบนของลำตัว จึงเรียกว่า ม้าน้ำ 3 จุด

 

3. ม้าน้ำแคระ (H. mohnikei)มีขนาดเล็ก พบน้อยมากอยู่บริเวณชายฝั่ง เกาะตามสาหร่ายที่เป็นพื้นทราย

 

4. ม้าน้ำดำ (H. kuda) เป็นม้าน้ำที่ขนาดใหญ่ที่สุดในจำนวนที่พบในน่านน้ำไทย ตัวใหญ่ที่สุดขนาดเท่าฝ่ามือ สีดำสนิท ผิวค่อนข้างเรียบ ไม่มีหนามยาวแหลม อาศัยตามชายฝั่งบริเวณค่อนข้างขุ่น เปลี่ยนสีได้ เป็นสีครีม สีเหลืองและสีน้ำตาลแดง

ม้าน้ำ ตัวผู้จะเป็นฝ่ายอุ้มท้อง โดยมีอวัยวะตรงบริเวณหน้าท้องคล้ายถุง ใช้สำหรับเก็บไข่และฟักเป็นตัว เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ม้าน้ำตัวผู้จะปรับเปลี่ยนสีของลำตัวเพื่อดึงดูดม้าน้ำตัวเมีย จากนั้นตัวผู้จะใช้หางโอบกอดตัวเมียพร้อมกับแอ่นท้องประกบกับท้องเข้าหากัน ตัวเมียจะออกไข่ใส่ลงในถุงหน้าท้องของตัวผู้ และม้าน้ำตัวผู้ก็จะปล่อยน้ำเชื้อเข้าผสมกับไข่และฟักเป็นตัวอ่อนภายในถุงหน้าท้อง โดยใช้เวลาฟักเป็นตัวประมาณ 2 สัปดาห์โดยจำนวนไข่ประมาณ 100-200 ฟอง มากที่สุดคือ 1,500 ฟอง ตามแต่ละชนิด หลังจากเฝ้าทะนุถนอมตัวอ่อนภายในถุงหน้าท้องเป็นอย่างดี พ่อม้าน้ำก็จะบีบกล้ามเนื้อส่วนท้องและพ่นลูกม้าน้ำนับร้อยๆ ตัว ให้ออกจากกระเป๋าหน้าท้องสู่โลกท้องทะเลสีคราม ทำหน้าที่เป็น "ผู้คลอด" แบบที่ผู้เป็นพ่อทั้งหลายบนโลกใบนี้ไม่เคยได้สัมผัส อีกเอกลักษณ์ของม้าน้ำที่ได้รับการยกย่อง คือ "การครองคู่" เพราะม้าน้ำจะอยู่คู่กันแบบ "ผัวเดียว เมียเดียว" จนกระทั่งฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดตายจากไป กลายเป็นสัญลักษณ์ของ "ความซื่อสัตย์" สำหรับชีวิตคู่

ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งกระบี่ กรมประมง ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงม้าน้ำ โดยมีภาคเอกชนสามารถนำไปขยายผลแล้ว แต่ยังไม่แพร่หลายนัก ม้าน้ำจากการเพาะพันธุ์จึงกลายเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่อยู่ในความสนใจของนัก สะสมปลาทะเล แต่การนำม้าน้ำมาเลี้ยงในตู้ทะเลนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากม้าน้ำมีความต้องการแตกต่างกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในตู้ทะเลทั่วไป 
1. พฤติกรรมการกินของม้าน้ำที่มีนิสัยการกินแบบผู้ดี ม้าน้ำจะพิจารณาอาหารก่อนทุกครั้ง สูบอาหารให้เข้าไปในปากที่เป็นรูขนาดเล็กของมัน 
2. นิสัย "สวย เริ่ด เชิด แต่ช้า" ไม่ได้เป็นผลดีต่อการหากินของม้าน้ำสักเท่าไหร่ เพราะเมื่อพิจารณารวมกับขนาดของปากมันแล้ว ม้าน้ำแทบไม่มีความสามารถในการแย่งชิงอาหารกับปลาทะเลชนิดอื่นๆ ได้ทัน
3. อาหารที่ดีที่สุดของม้าน้ำ ไม่ใช่ไรทะเลหรืออาร์ทีเมียตัวมีชีวิต แต่ม้าน้ำยังควรได้รับสารอาหารจากกุ้งขนาดเล็กตัวเป็นๆ 
4. ระบบกรองและอุปกรณ์ต่างๆ ที่อาจใช้ได้กับปลาทะเลทั่วไป อาจกลายเป็นกับดักปลิดชีวิตม้าน้ำตัวน้อยได้ ถ้าทำให้เกิดฟองอากาศภายในตู้ เพราะหากมีฟองอากาศเข้าไปสะสมอยู่ในตัวม้าน้ำมากเกินไป จะทำให้ม้าน้ำเสียศูนย์ เกิดอาการลอยเคว้งคว้างหาที่ยึดเหนี่ยวไม่ได้ และจากไปในที่สุด
แต่ความประหลาด และความซื่อสัตย์ของม้าน้ำนี่เอง กลับนำพาโศกนาฏกรรมมาสู่ตัวเอง เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยที่มีความเชื่อว่า การมอบม้าน้ำคู่ผัวเมียให้แก่คู่บ่าวสาวเป็นของขวัญในวันแต่งงานนั้น เป็นการอวยพรให้คู่บ่าวสาวมีความรักและความซื่อสัตย์ต่อกัน ม้าน้ำจึงถูกพรากจากทะเลกลายเป็นม้าน้ำตากแห้งเพื่อสังเวยความเชื่อ พอๆ กับการนำมาปรุงเป็นยา หรือจับมาทำเป็นของที่ระลึก ปล่อยให้ม้าน้ำอยู่ตามธรรมชาติของมันดีกว่าคะ อย่าไปพรากมันมาจากทะเลเลย ถ้าชอบหรืออยากได้ม้าน้ำจริงๆ ก็น่าจะ ขอให้เอาแค่ข้อคิดดีๆจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของม้าน้ำ มาปรับใช้กับตัวของเราจะดีกว่า โดยเฉพาะความซื่อสัตย์ ผัวเดียว เมียเดียว ที่นับวันมนุษย์ของเราซึ่งเป็นสัตว์ประเสริฐ มีพฤติกรรมที่เปรียบไม่ได้เลยกับสัตว์ชั้นต่ำอย่างม้าน้ำแล้วความภาคภูมิใจของสัตว์ประเสริฐมันอยู่ตรงไหนคะ

เรียบเรียงโดย....ฉวีวรรณ  หนูนุ่น

เอกสารอ้างอิง

http://th.wikipedia.org

http://www.maceducation.com

http://th.wikipedia.org

http://www.school.net.th

http://busryzaa.exteen.com/

http://www.oceanproaquatics.com