ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
สะพานสูบน้ำทะเล
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

เมื่อพูดถึงปลาหมอสีหรือที่เรียกว่าปลาหล่อฮั่น เชื่อว่าคนเลี้ยงปลาสวยงามส่วนใหญ่คงจะรู้จักเพราะเป็นปลาที่นิยมเลี้ยงกันแพร่หลาย เหตุผลที่มีคนชื่นชอบปลาชนิดนี้กันเยอะก็อาจจะมาจาก ความเชื่อเรื่องโชคลาภสิริมงคล สีสันความสวยงาม มีความอดทนแข็งแรงไม่ค่อยเป็นโรค และเสน่ห์อีกอย่างของปลาชนิดนี้คือเป็นปลาที่เชื่องขี้เล่นซึ่งเหตุผลเหล่านี้ จึงทำให้ปลาชนิดนี้เป็นที่นิยม ตลาดเปิดกว้างตลอดไม่ลดลงเหมือนปลาสวยงามหลายๆชนิด แต่กว่าจะมาเป็นปลาที่เราเห็นกันสวยๆ นั้นจะต้องทำอย่างไรคงมีไม่กี่คนที่รู้

เราลองมาดูถึงวิธีการ ในการฟอร์ม(“การฟอร์ม” หมายถึง การแยกปลามาเลี้ยงตัวเดียว ทำให้กินอาหารได้เต็มที่ และเจริญเติบโตเร็ว ) ปลาหมอสี ซึ่งเป็นวิธีการของตัวผมเอง ได้มาจากการเพาะและทดลองเลี้ยงดูด้วยตัวเอง จะแบ่งเป็นขั้นๆไป ดังนี้

1. การเลือกลูกปลาลงตู้ฟอร์ม เมื่อลูกปลา อายุ 1 เดือน เราจะสามารถมองเห็นลักษณะเด่นของลูกปลาที่เราต้องการ มีวิธีการดังนี้

-เลือกเอาลูกปลาที่สมบูรณ์ คือไม่มีความพิการใดๆ

-ปลาที่โตไว หรือที่เรียกว่าหัวปลา

-มาร์คกิ้ง ( มาร์คกิ้ง คือ จุดดำที่อยู่ข้างลำตัวปลา เป็นจุดดำหรือแถบยาวก็ได้แล้วแต่สายพันธุ์ ) ชัดเจนเป็นแนวยาว  มีมุกสวย ยิ่งชัดยิ่งดี และตรงตามสายพันธุ์

-มีลักษณะที่เป็นที่ต้องการของตลาด หรือลูกค้า ข้อนี้สำคัญสุด กรณีทำเพื่อการค้า เช่น ปลาโหนกใหญ่ มุกเยอะเป็นต้น

2. ตู้ฟอร์มปลา เมื่อได้ลูกปลาตามลักษณะที่ต้องการ ก็จะนำมาขึ้นฟอร์ม จะสรุปแบบทั่วไปคือ

-ตู้ฟอร์มเพื่อดูพัฒนาการ คือ เมื่อได้ลูกปลาที่เลือกไว้แล้วนั้นอาจจะมีลูกปลา ลักษณะดีมากเกินกำลังของตู้ที่มีอยู่ ผู้เพาะพันธุ์ปลาบางคนเลยเอาขวดน้ำขนาด 5 ลิตร ตัดปากขวดใช้แทนก็ได้ แต่สำหรับคนที่พร้อมคือ มีตู้ฟอร์มมากพอก็ไม่เป็นไร โดยในระยะนี้จะใช้ตู้ขนาด 20-24 นิ้ว กั้น 3 ช่อง แล้วให้อาหารเต็มที่เมื่อเลี้ยงปลาไปประมาณ 10 วัน ก็ให้เลือกเอาปลาที่มี ความสมบูรณ์  ลักษณะที่ดี ออกไปฟอร์มต่อในตู้ขนาด 24 นิ้ว กั้น 2 ช่อง ส่วนปลาที่ไม่สวยก็คัดขายเป็นปลารวมไปเพื่อลดภาระเรื่องอาหารและจำนวนตู้ สามารถเลี้ยงปลาไว้ในตู้ขนาดนี้ได้จนขาย หรือถ้าอยากให้ลูกปลาโตดีก็นำไปเลี้ยงเดี๋ยวได้เลย ขนาดของตู้ปลาควรเปลี่ยนแปลงตามขนาดของปลาด้วย คือเมื่อปลาโตขึ้นควรให้อยู่ในที่ๆกว้างขึ้น โดยเฉพาะปลาสายหัวโหนกเพราะความกว้างของตู้มีผลโดยตรงต่อพัฒนาการของโหนกปลา แต่หลักๆ ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์เกิน ๙๐% จากประสบการณ์ ที่เหลือก็อาหารและการเลี้ยงดู

4. อาหารและการให้อาหาร

-ปลาในช่วงที่ฟอร์มควรให้อาหารสดเพราะจะทำให้ปลาโตเร็วกว่าอาหารสำเร็จรูปและอาหารที่ทำให้ปลาโตดีเช่น ไรแดง ลูกน้ำ หนอนแดง ไส้เดือนฝอย แล้วแต่ความสะดวก โดยส่วนตัวใช้แค่ ๓ ชนิดแรกเพราะสามารถเสาะหาและเพาะพันธุ์เองได้ ช่วยลดภาระเรื่องค่าอาหารได้เยอะ อีกอย่างหากท่านไปช้อนหาอาหารตามแหล่งน้ำที่สกปรกควรที่จะทำความสะอาดและฆ่าเชื้อให้ดีก่อนจะนำไปใช้อาจใช้ ด่างทับทิม หรือไอโอดีนก็ได้

-เมื่อลูกปลาอายุ ๓๐-๖๐ วันควรฝึกให้กินอาหารเม็ดด้วยเพราะจะสะดวกต่อลูกค้าหรือในยามที่อาหารสดขาดแคลนแต่ควรเลือกอาหารที่มีโปรตีนสูง และหากมีส่วนผสมของสาหร่ายสไปรูไลน่าอยู่ด้วย ก็จะมีส่วนช่วยในการปรับปรุงสีของปลาได้ด้วย แต่สำหรับคนที่ต้องการให้สีปลาสวยแนะนำให้ลองใช้ไรน้ำนางฟ้าดูตัวนี้ดีจริงๆแต่หายากและราคาสูงหน่อย

5. การจัดการดูแล การเปลี่ยนถ่ายน้ำ สัปดาห์ละ ๑-๒ ครั้ง ขึ้นอยู่กับคุณภาพน้ำในตู้ น้ำที่ใช้เปลี่ยนควรสะอาดและไม่มีคลอรีน ควรมีการทำความสะอาดตู้หรือระบบกรอง กรณีที่ตู้เป็นแบบที่มีระบบกรองในตัว ตู้ปลาควรมีแสงสว่างเพียงพอจะช่วยเรื่องสีสันของปลา เพราะปลาชนิดนี้จะมีการปรับตัวให้สีกลมกลืนกับธรรมชาติรอบตัว

ปลาหมอสีเป็นปลาที่มีความสวยงามชวนให้หลงใหล ต้องการความใส่ใจ     สำหรับคนที่สนใจจะเลี้ยงเป็นอาชีพ หรืออาชีพเสริมนั้นสามารถลองเลี้ยงดูได้ไม่ยาก และช่วยให้เรามีรายได้เสริมที่ดี สำหรับเทคนิคต่างๆ ของผู้เลี้ยงนั้นจะแตกต่างกันไปไม่เหมือนกันแล้วแต่คนไปเพราะว่าความรู้ใหม่เกิดขึ้นได้ทุกวัน ดังนั้นคนที่คิดจะเลี้ยงปลาชนิดนี้อย่างแรกที่พึงจะต้องมีคือ ความชอบเพราะถ้าไม่ได้ชอบจริงๆ เลี้ยงไประยะหนึ่งอาจจะเบื่อหรือเลิกเลี้ยงไปแล้วเอาปลานั้นไปปล่อยตามแหล่งน้ำธรรมชาติ อาจจะก่อปัญหาได้ คืออาจทำให้ปลานั้นตาย หรือ หากปลาสามารถมีชีวิตอยู่ได้ในแหล่งน้ำธรรมชาติก็อาจจะมีผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ในแหล่งน้ำนั้นได้

เขียนโดย..อนุเชษฐ์ อรชร