สะพานสูบน้ำทะเล
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

เพราะอะไร ทำไมปลาจึงตกเลือด แล้วจัดการอย่างไร การตกเลือดนั้นเป็นของคู่กันกับการเลี้ยงปลาทอง เพราะสายพันธุ์ปลาทอง ค่อนข้างมีความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมได้น้อยกว่าปลาสายพันธุ์อื่นๆ จะว่าไปแล้วการตกเลือดมีทั้งข้อดี และข้อเสีย ข้อดีคือเป็นดัชนีบ่งบอกว่า ปลากำลังมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น เพื่อเตรียมรับมือ ก่อนอาการจะรุนแรงมากไปกว่านี้ ส่วนข้อเสียคือ ถ้ารักษาไม่ถูกวิธี อาจสูญเสียปลาได้

เครดิตภาพ https://www.pantown.com

ปลาตกเลือด การรักษาสารพัดวิธีที่แนะนำกันไว้ ถูกนำมาใช้ ไม่ว่าจะใส่เกลือ ใส่ยาฆ่าเชื้อสารพัดตัวยา จับปลาอดอาหาร เป็นต้น วิธีที่กล่าวมา ใช้ได้เหมาะสมแล้วหรือยัง ความรู้ด้านวิชาการ เข้ามาเจือปนบ้าง เพื่อให้สามารถเข้าใจกลไกการเกิดโรคได้แจ่มแจ้ง สามารถหาเหตุผลได้ด้วยตัวเอง เกล็ดเจริญเติบโตได้รอบด้านตามขนาดของปลาที่โตขึ้น  จะเห็นได้ว่าเกล็ดยังถือว่ามีชีวิต และยังมีเส้นเลือดมาหล่อเลี้ยงที่ผิวเกล็ดปลาอยู่ตลอดเวลา เกล็ดจะทำหน้าที่เสมือนโล่คอยปกป้องไม่ให้สิ่งแปลกปลอมจากภายนอก เช่น เชื้อโรค สารเคมี มาสัมผัสกับผิวหนังของปลาได้โดยตรง ผิวหนังของปลาเหมือนผิวหนังของสัตว์มีกระดูกสันหลังอื่นๆ ทำหน้าที่ป้องกันเชื้อโรคจากภายนอก เป็นที่รวมของประสามทรับความรู้สึก ช่วยในการหายใจ ขับถ่าย เป็นต้น

ผิวหนังของปลาจะประกอบด้วยเยื่อ 2 ชั้น ชั้นนอกเรียก epidermis และชั้นในคือ dermis ชั้น epidermis เป็นชั้นที่ทำการสร้าง cell ( active cell) นอกจากนี้ยังมีต่อมสร้างเมือก และเซลล์สร้างสีอยู่ในชั้น epidermis เหมือนกัน แต่เกล็ดปลา (scale) สร้างโดยชั้น dermis แทรกทะลุขึ้นมาปิดผิวหนังชั้นนอกอีกที เกล็ดปลามีหลายชนิด แต่เกล็ดของปลาที่มีกระดูกแข็งทั่วไปรวมทั้งปลาทองจะเป็นแบบ เกล็ดกลมผิวเรียบ (cycloid scale) เมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลงหรือในน้ำมีสารเคมีที่ระคายเคือง เชื้อโรคเริ่มทำลายกำแพงชั้นนอกสุดคือ เมือกปลา จากนั้นถึงเกล็ดปลา เมื่อมีเชื้อโรคบุกรุก หรือสารเคมีสัมผัสบริเวณเกล็ดปลา ร่างกายปลาทำการปกป้องตนเอง เส้นเลือดฝอยที่เกล็ดจะขยายตัวอัตโนมัติ เพื่อให้เม็ดเลือดขาวออกมาทำหน้าที่เก็บกินเชื้อโรคแปลกปลอม ถ้าภูมิคุ้มกันของปลาสามารถรับมือเองได้ ไม่นานปลาก็จะหายจากการตกเลือดเอง แต่ถ้าเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เชื้อโรคจะเข่าสู่ตัวปลา เกิดการติดเชื้อที่รุนแรง อาจจะตายได้ การตกเลือดแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักดังนี้

1.การตกเลือดแบบทั่วไป หมายถึง ปลาเริ่มตอบสนองต่อการผิดปกติของอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง สารเคมี เชื้อโรคในน้ำ หรือคุณภาพน้ำที่เริ่มเสีย (แอมโมเนีย หรือเชื้อโรค เพิ่มขึ้น) อาจช่วยปลาโดยการแยกแช่เกลือ เพราะเกลือมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรค อาการอักเสบบรรเทาลงได้ ปลาส่วนใหญ่ที่ตกเลือด แช่เกลือ 1-2 วัน ก็หายเป็นปกติ ไม่จำเป็นต้องงดอาหาร เปลี่ยนถ่ายน้ำบ่อยๆ รักษาคุณภาพน้ำให้ดี เพราะบริเวณตกเลือดนั้นไวต่อสิ่งเร้าต่างๆ บางคนจึงตัดปัญหาด้วยการอดอาหาร ปลาจะได้ไม่ขับถ่ายมาก

2.การตกเลือดแบบติดเชื้อ เชื้อโรคสามารถเข้าสู่ร่างกายปลาได้ทางชั้น epidermis เกิดการติดเชื้อต่อไป ตกเลือดมากขึ้น มีลักษณะแตกต่างไปจากการตกเลือดแบบทั่วไป เช่น ตกเลือดเข้มเป็นปื้นหนา เชื้อบุกยึดพื้นที่ได้เต็มที่ประกอบกับเม็ดเลือดขาวออกมา ปลาเริ่มมีการขับเมือกออกมามากมีกลิ่นคาวจัด ให้ยาฆ่าเชื้อเพื่อกำจัดให้สิ้นซากโดยเร็ว ใช้สารเคมี เช่น formalin , povidone iodine (betadine) หรือพวกกลุ่มสีย้อม เช่น methylene blue, malachite green หรือยาฆ่าเชื้ออื่นๆ เช่น ยาปฏิชีวะนะจำพวก tetracycline, amoxycillin , norfloxacin, เป็นต้น

3.การตกเลือดแบบเรื้อรัง (ภูมิแพ้) บริเวณเกล็ดปลาบางที่จะเกิดปฎิกิริยาไว (hypersensitivity) ต่อสิ่งกระตุ้น ทำให้ปลาตกเลือดซ้ำซาก มักเป็นบริเวณเดิมๆ แยกแช่เกลือจะหาย เอากลับตู้ไม่กี่วันตกเลือดอีก ทั้งๆที่ปลาตัวอื่นอยู่ในสิ่งแวดล้อมแบบเดียวกันแต่ไม่เป็นไร รักษาด้วยการแช่เกลือแบบปกติ จนบริเวณตกเลือดหาย จึงปล่อยกลับตู้ ทุกวันนี้จะทาด้วยครีมเป็นยากลุ่ม steroid และ antibiotic ที่ใช้รักษาอาการผิวหนังอักเสบในคน (eczema) เป็นยาสูตร betamethasone และ neomycin ทาบริเวณที่ตกเลือด แล้วค่อยปล่อยลงตู้ตามปกติ ผลการรักษาพบว่าปลาที่ทายา ไม่กลับมาตกเลือดอีก

ถ้าพบว่าปลาที่เราเลี้ยงอยู่มีอาการดังกล่าวที่พูดมา ควรป้องกันแก้ไขให้ทันถ่วงที หมั่นดูแลรักษาอย่าทิ้งขว้างเพื่อให้ปลาอยู่รอด ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคที่ปะปนมากับน้ำมีผลกระทบต่อการเป็นอยู่ของปลา จากประสบการณ์ที่พบหรือเรียนรู้ควรนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์กับการเลี้ยงปลา

 

ย่อจากเรื่อง... เจาะลึกเรื่องปลาตกเลือด...เพราะอะไร ทำไมต้องตกเลือด แล้วจัดการอย่างไร

ย่อโดย... ตุลฮาบ หวังสุข

ที่มา... FANCY FISH นิตยสารส่งเสริมการเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม ปีที่7 ฉบับที่81 ประจำเดือน กรกฎาคม พ.ศ.2550 หน้า73-75