โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

วิธีการเพาะพันธุ์ กุ้งเครฟิช

          การผสมพันธุ์กุ้งเครฟิช สามารถทำได้ตลอดทั้งปี ด้วยวิธีง่ายๆ ในตู้เลี้ยง โดยไม่ต้องมีเทคนิคพิเศษอะไรเหมือนกับการเพาะพันธุ์ปลาหางนกยูงเพียงแค่ปล่อยตัวผู้และตัวเมียที่แข็งแรง มีอายุประมาณ 6-7 เดือนขึ้นไปซึ่งอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ให้อยู่ด้วยกัน และต้องมีเนื้อที่กว้างขวางพอสำหรับกุ้งด้วย

ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นการแย่งที่อยู่หรือเกิดการแบ่งถิ่นกันก็ได้ ควรจะเลือกกุ้งเครฟิชที่มีสปีชีส์เดียวกัน เพศผู้และเพศเมียที่มีลักษณะทางกายภาพที่สมบูรณ์ มีก้ามและขาอยู่ครบ มีขนาดประมาณ 2.5 นิ้วขึ้นไป แม้ว่ากุ้งขนาด 2 นิ้ว จะเป็นวัยเจริญพันธุ์แล้วก็ตาม แต่ก็ไม่ควรนำมาผสมพันธุ์ เพราะจะได้ไข่น้อย

          ในแต่ละครั้งของการผสมพันธุ์ ตัวเมียจะใช้เวลาประมาณ 30 วัน จึงฟักไข่ออกเป็นตัว แม่กุ้งสามารถให้ลูกได้ประมาณ 50-400 ตัวไม่ควรเลี้ยงร่วมกับปลาเพราะกุ้งเครฟิชอาจจับกินเป็นอาหารได้ โดยธรรมชาติของกุ้งเครฟิช มักมีพฤติกรรมการกินกันเอง จึงควรจัดหาที่หลบซ่อน เช่น ขอนไม้, ถ้ำ, กระถางดินเผา, ท่อพีวีซี ฯลฯ เอาไว้ให้กุ้งอย่างพอเพียง โดยเฉพาะในช่วงที่มีการลอกคราบ ลูกกุ้งจะต้องการที่หลบซ่อนอย่างมาก แต่พ่อแม่กุ้งจะไม่กินลูกกุ้งเป็นอาหาร และลูกกุ้งเองก็อาศัยไม่ไกลจากพ่อแม่นัก เพื่อคอยเก็บกินเศษอาหารจากพ่อแม่

 วิธีการเลี้ยงกุ้งเครฟิช

หลักการเลี้ยงกุ้งเครฟิชจะดัดแปลงมาจากอุปนิสัยและการอยู่อาศัยของมันเองคือ

1.กุ้งทุกชนิดโดยธรรมชาติ จะชอบออกหากินในเวลาคืน ไม่ชอบแสง ในตอนกลางวันอาจจะนอน หรือหลบอยู่ทั้งวัน จึงต้องมีที่หลบซ่อนและปิดบังได้

2.กุ้งตัวผู้จะมีขนาดของก้ามที่ใหญ่โตสง่างาม สีสรรสวยงามและแข็งแรงกว่ากุ้งตัวเมีย ไว้ใช้เป็นอาวุธต่อสู้ป้องกันตัวเอง

3.เวลาลอกคราบกุ้งจะอ่อนแอที่สุด และมักจะถูกรุมทำร้าย หรือจับกิน อาหารสำหรับกุ้งจึงต้องพอเพียง บริเวณที่อาศัยต้องกว้างเพียงพอและที่หลบซ่อนต้องปลอดภัยด้วย

4.ไม่ควรเลี้ยงกุ้งปนกันหลายตัวในที่แคบๆ เพราะมันจะแยกกันกินแยกกันอยู่หรืออาจจับคู่ในระยะสั้นๆ ส่วนมากถ้ากุ้งหิวหรือลอกคราบอาจทำร้ายกันได้เสมอ โดยที่กุ้งจะไม่จำว่าเป็นคู่ของมัน

ตู้เลี้ยงและอ่างเลี้ยงกุ้ง

1.เราสามารถเลี้ยงกุ้งเครฟิช ในที่มีการถ่ายเทน้ำดีในภาชนะใดๆ ก็ได้ มีอุณหภูมิน้ำประมาณ 23 -28 องศา หรืออาจจะเป็นครึ่งบกครึ่งน้ำก็ได้ ปริมาณน้ำจะใส่ครึ่งตู้ หรือเต็มตู้ก็ได้ กุ้งขนาด 3-4 นิ้ว 1 ตัว จะใช้พื้นที่อย่างน้อยประมาณ 1 ฟุต ดังนั้น หากต้องการจะเลี้ยงหลายๆ ตัว จะต้องใช้พื้นที่อย่างกว้างขวางเพียงพอ

2.ถ้าจะเลี้ยงกุ้งหลายตัวเพื่อให้มันสามารถปกป้องตัวเองได้ ควรเลือกเลี้ยงกุ้งในสายพันธุ์เดียวกัน ขนาดไล่เลี่ยกัน เพื่อป้องกันกุ้งตัวเล็กถูกรังแก หรือถูกจับกินได้

3.ที่หลบซ่อนเพื่อให้กุ้งหลบอาศัยในเวลากลางวัน ให้ใช้ขอนไม้ กระถางดินเผา กระถางต้นไม้แตกๆ อุปกรณ์ที่เจาะเป็นโพรง หรือท่อพีวีซีตัด เป็นท่อนๆ

4.ปิดฝาหรือจุดที่กุ้งจะปีนหนีได้

วัสดุปูรองพื้นตู้ที่ใช้เลี้ยงกุ้งเครฟิช ควรปูหินกรวดเล็กรองพื้นตู้เพื่อความสวยงาม และมีประโยชน์ต่อกุ้งหลายประการคือ

1.ทำให้มีสีสรรค์สวยงามมากขึ้น ทำให้กุ้งไม่ตื่นตกใจ และกุ้งสามารถปรับตัวตามสิ่งแวดล้อมได้ จะทำให้กุ้งมีสีเข้มขึ้นถ้าเน้นหินสีดำหรือน้ำตาล

2.กุ้งป่า ส่วนมากที่หลบซ่อนจะเป็นการขุด กรวดหิน

3.หินกรวดทำให้น้ำในตู้ใสอยู่เสมอ เนื่องจากช่วยดูดซับตะกอนและเศษอาหาร

การให้อากาศและระบบกรองน้ำ

          ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องให้อากาศก็ได้ ถ้าเราเลี้ยงกุ้งแค่ตัวเดียวและมีพื้นที่กว้างและดูแลน้ำได้ดี แต่การให้อากาศก็ยังจำเป็นอยู่มากในระบบตู้เลี้ยง ซึ่งเน้นความสวยงามและมีการเลี้ยงกุ้งหลายตัวหรือกั้นตู้แต่สามารถใช้หัวทรายจุ่มลงในน้ำ 3-4 นิ้ว กันฟุ้ง หรือใช้กรองในตู้ กรองแขวน กรองกล่องได้ เพราะกุ้งใช้อากาศน้อยกว่าปลา ยกเว้นกรองแผ่นพื้นที่มักจะโดนกุ้งขุด และกรองฟองน้ำที่อาจโดนกุ้งแทะเล่นได้

น้ำที่ใช้สำหรับเลี้ยง

          ในการเลี้ยงกุ้งเครฟิช อุณหภูมิของน้ำที่เหมาะสมคือช่วง 23-28 องศาเซลเซียล มีค่า PH ที่เหมาะสมประมาณ 7.5 – 8.5 ที่มีความกระด้างสูง โดยสามารถใส่เกลือลงไปในตู้ได้เล็กน้อย เนื่องจากเกลือช่วยเสริมแร่ธาตุที่มีความจำเป็นต่อการลอกคราบและสร้างเปลือกใหม่ด้วย ผู้เลี้ยงควรจะเปลี่ยนถ่ายน้ำประมาณ 30 -50% สัปดาห์ละครั้ง แต่ควรปรับอุณหภูมิน้ำให้ดี ซึ่งขึ้นอยู่กับการเลี้ยงและการให้อาหาร

อาหารของกุ้งเครฟิช

          กุ้งเครฟิชกินอาหารได้แทบทุกชนิด และกินอาหารได้ทั้งวัน มักกินเศษอาหารที่มาจากทั้งพืชและสัตว์ แต่ในธรรมชาติมันจะกินอาหารประเภทพืชผัก รากไม้ ใบไม้ ผลไม้เป็นหลัก ผู้เลี้ยงอาจเลี้ยงด้วยอาหารเม็ดสำเร็จรูปชนิดจมสูตรต่างๆ สำหรับกุ้ง หนอนแดง เนื้อ ไก่ เนื้อหมู เนื้อปลา เนื้อกุ้งทะเลหรือกุ้งฝอยหั่นชิ้นเล็กๆ ผักต่างๆ เช่น แครอท มันฝรั่ง แตงกวา ข้าวโพด ถั่วลันเตา ฟักทอง แอปเปิ้ล ฯลฯ ก็ได้ กุ้งเครฟิชอาจรื้อทึ้งพรรณไม้น้ำที่ใช้ตกแต่งในตู้เป็นอาหารได้ด้วย

การเลี้ยงรวมกับปลาสวยงาม

          ถึงแม้ว่ากุ้งเครฟิชในธรรมชาตินั้นจะเก็บเศษซากพืชซากสัตว์กินเป็นอาหารหลัก แต่ในที่เลี้ยงที่มีอาหารจำกัด มันก็จะจับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ กินเป็นอาหารได้ โดยเฉพาะกุ้งขนาด 1.5 – 2.5 นิ้ว ที่มักจะชอบไล่จับปลากินเป็นอาหาร ส่วนกุ้งที่มีขนาดใหญ่ขึ้นก็จะลดนิสัยนี้ลง แต่หากต้องการเลี้ยงปลากับกุ้งด้วยกันให้ยึดหลักดังนี้  

1.ขนาดตู้ ต้องกว้างอย่างน้อย 24 นิ้ว น้ำลึกประมาณ 1 ฟุตเป็นอย่างน้อย

2.ปลาที่ว่ายน้ำช้า ปลาที่มีครีบยาวๆ ปลาที่มีนิสัยนอนพื้นตู้ ไม่ควรนำมาเลี้ยงเด็ดขาด ควรเลือกปลาชนิดที่มีขนาดเล็กที่ว่ายน้ำเร็ว หรือหากินกลางน้ำ

3.ปลาซัคเกอร์ น้ำผึ้ง ปลาจิ้งจก เป็นปลาเทศบาลที่สามารถเลี้ยงได้

การเลือกซื้อกุ้งเครฟิช

1.ควรเลือกกุ้งที่มีอวัยวะสำคัญต่างๆ เช่น ดวงตาและก้ามครบ 2 ข้าง ขาเดินครบทั้ง 4 คู่

2.ควรเลือกตัวที่มีความแข็งแรง ไม่อยู่ในระยะลอกคราบ มีเปลือกลำตัวแข็ง

3.ควรเลือกกุ้งที่มีการตอบสนองป้องกันตัวเมื่อถูกรบกวน เช่น การยกก้ามคู่ป้องกันตัวเอง เมื่อจับนำมาใส่ภาชนะจะหลบหนีด้วยการดีดลำตัวอย่างว่องไวหรือพยายามปีนป่ายหนี

4.เลือกซื้อกุ้งที่มีคุณภาพ โดยการสังเกตจากสภาพน้ำและภาชนะที่วางขาย หรือซื้อจากร้านและฟาร์มที่ไว้ใจได้

5.ควรได้รับการปรับสภาพ พักและเปลี่ยนถ่ายน้ำแล้วอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ขึ้นไป ในกรณีที่เป็นกุ้งนำเข้าจากต่างประเทศ

ที่มา : ศูนย์วิจัยสุขภาพสัตว์น้ำสงขลา http://www.aquathai.org