อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

การเลี้ยงกุ้งขาว ด้วยระบบน้ำหมุนเวียนทีมีความปลอดภัยทางชีวภาพ ป้องกันการระบาดของโรคจากภายนอก

สถานการณ์สินค้ากุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 ผลผลิตกุ้งทะเล (กุ้งขาวแวนนาไม และกุ้งกุลาดา) จากการเพาะเลี้ยงแบบพัฒนามีผลผลิตรวม 130,636.92 ตัน ประกอบด้วย 1) ผลผลิตที่ได้จากการประเมินจากฐานข้อมูลใบกากับการเคลื่อนย้ายสินค้าสัตว์น้า (MD : Movement Document) ปริมาณ 116,779.35 ตัน หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 89.39% ของผลผลิตกุ้งทะเลที่ผลิตได้จากการเลี้ยงแบบพัฒนา โดยเป็นผลผลิตกุ้งขาวแวนนาไม 109,693.96 ตัน (93.93%) และกุ้งกุลาดา 7,085.39 ตัน (6.07%) ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ผลผลิตกุ้งทะเล ในระบบ MD ลดลง 4.50% โดยการผลิตกุ้งขาวแวนนาไมเพิ่มขึ้น 4.85% ส่วนกุ้งกุลาดาเพิ่มขึ้น 1.34%

กุ้งขาว เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจของประเทศไทย พื้นที่การเลี้ยงกุ้งขาว มีหลายจังหวัด รวมถึง จังหวัดฉะเชิงเทรา กุ้งขาวเป็นสัตว์น้ำที่ต้องเลี้ยงในน้ำกร่อย คือ น้ำจืดและน้ำเค็ม กุ้งขาวนิยมเลี้ยงกันมาก เพราะเลี้ยงง่าย โตเร็ว ด้วยเหตุนี้ ทางสวทช. โดยศูนย์พันธุ์วิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) จึงได้ทำการวิจัย และพัฒนาระบบการเพาะเลี้ยงกุ้งขาว ขึ้น โดยเลือกฟาร์มเกษตรของมูลนิธิชัยพัฒนา ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นฟาร์มทดสอบ

      บ้านเกิดของกระผมอยู่ในจังหวัดสงขลา ซึ่งมีพื้นที่ติดกับป่าชายเลน ระบบนิเวศที่มีสัตว์หลากหลายชนิดอาศัยอยู่ ตอนเป็นเด็กจำได้ว่ารู้จักสิ่งมีชีวิตเกือบทุกชนิดที่อาศัยอยู่ในป่าชายเลน ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปู ปลา แต่ละตัวก็มีเอกลักษณ์และพฤติกรรมที่แตกต่างออกไป

หากเราจะกล่าวถึงอาหารทะเล ดิฉันคิดว่าหลายๆ ท่านก็คงคิดถึงกุ้งเป็นลำดับต้นๆ แต่กุ้งที่มีขายตามท้องตลาดมีทั้งกุ้งตามแหล่งน้ำธรรมชาติ และกุ้งที่ได้มาจากเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ซึ่งหากเป็นกุ้งตามธรรมชาติโอกาสที่จะมียา และสารตกค้างต่างๆ น้อยมาก แต่หากเป็นกุ้งที่ได้จากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกร มีความเสี่ยงที่จะตรวจพบเจอยาและสารเคมีต้องห้าม ซึ่งกรมประมงก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก โดยมีมาตรฐานการปฏิบัติ ทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี GAP และ มาตรฐาน CoC เพื่อให้การเพาะเลี้ยงกุ้งปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม

สำหรับอาชีพการเลี้ยงกุ้ง ณ เวลานี้ ชาวนากุ้งน่าจะพูดเป็นเสียงเดียวกันครับจะร้อนหรือฝนทุกคนจะต้องทนเหมือนๆกัน ไหนจะเป็นเรื่องโรค ต้นทุนการผลิต ราคา สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม แถมยังมีโควิด-19 เข้ามาร่วมวงตั้งโต๊ะโดยไม่มีใครรับเชิญอีก ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อให้อุณหภูมิต้องติดลบถึงจุดเยือกแข็ง แต่สำหรับชาวนากุ้งเหงื่อแตกครับ แต่เอาเถอะครับขึ้นชื่อว่าพี่ไทยในแวดวงการเลี้ยงกุ้งของโลกเราถือว่าไม่เป็นสองรองใครครับ ถึงแม้ว่าในระยะหลังๆผลผลิตจะดูแผ่วไปบ้างแต่เราก็ยังได้ชื่อว่าเป็นผู้ผลิตกุ้งรายใหญ่ของโลก ถึงปัญหาจะรุมร้าวสักแค่ไหนผมเองยังคงมั่นใจในฝีมือคนไทยครับโดยเฉพาะด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเราต้องกลับมายิ่งใหญ่ได้อย่างแน่นอน ขอให้กำลังใจครับสู้ไปด้วยกันเพื่ออนาคตกุ้งไทย สู้... สู้...

หากพูดถึงอาชีพที่มีรายได้เยอะ มีกำไรเป็นกอบเป็นกำ ผู้เขียนก็จะนึกถึง อาชีพเลี้ยงกุ้ง อาชีพนี้ถึงแม้จะมีกำไรดี จับกุ้งแต่ละทีสามารถสร้างบ้านสร้างรถได้เลย แต่มันก็มีความเสี่ยงสูงมากเช่นกัน อาจถึงขั้นขายบ้านขายรถได้เหมือนกัน ผู้เขียนมีโอกาสได้พูดคุยกับเกษตรกรรายนึง ซึ่งมีวิธีการเลี้ยงที่น่าสนใจ ใช้ทุนไม่มาก ความเสี่ยงก็ไม่มากเช่นกันค่ะ หากเทียบกับเกษตรกรรายอื่นๆที่เคยได้สัมผัสมา จึงอยากจะนำประสบการณ์การเลี้ยงกุ้งของเกษตรกรท่านนี้มาเล่าสู่กันฟัง เกษตรกรที่กล่าวถึงก็คือ พี่ โสภณ ย้อยหมวก ฟาร์มตั้งอยู่ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา

ต้องยอมรับว่าการเลี้ยงกุ้งในปัจจุบันเกษตรกรมักจะมีความกังวลในเรื่องของโรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงการเลี้ยง หรือแพร่ระบาดอย่างรุนแรงในแต่ละช่วงของฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และปรสิต โดยเฉพาะโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่ยังไม่มีทางรักษา เรียกได้ว่าเป็นขึ้นมาคงต้องจับกันอย่างเดียว รวมไปถึงการจัดการที่ดีเพื่อป้องกันมิให้ไวรัสแพร่กระจายไปบ่ออื่นหรือแหล่งน้ำธรรมชาติ

คุณอรอนงค์ ธนพันธุ์ภูวเดช อยู่บ้านเลขที่ 87 หมู่ที่ 13 ตำบลรางหวาย อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี อีกหนึ่งเกษตรกรผู้ที่เคยปลูกพืชไร่ ผันชีวิตมาเลี้ยงกุ้งก้ามกราม จนเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้เธอได้เป็นอย่างดี

กุ้งก้ามกราม โดยธรรมชาติสามารถพบเห็นได้ตามแม่น้ำลำคลอง แทบทุกจังหวัดในภาคกลางและภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งสมัยก่อนนั้นกุ้งชนิดนี้ค่อนข้างชุกชุมจับได้ง่ายเพื่อนำมาประกอบอาหารตามครัวเรือน หรืออาจจะเป็นการสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านทั่วไปที่ไปจับหา แต่ด้วยสภาพแวดล้อมอย่างในปัจจุบันที่มีความเปลี่ยนแปลงไป จึงทำให้กุ้งก้ามกรามที่อยู่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติมีจำนวนลดน้อยลง ทำให้ปริมาณที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด