อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

ปลาเทโพผสมพันธุ์กับปลาเผาะกลายเป็นปลาสายพันธุ์ใหม่ “ เขียวมรกต ” คิดอยากจะเลี้ยงปลากะพงขาว เพราะเนื้ออร่อย แต่น่าเสียดายโตช้าเลี้ยงหลายเดือนถึงจะได้กิน แต่ถ้าโตเร็วเหมือนปลาดุกบิ๊กอุยเลี้ยง 3 เดือนก็ได้กิน เออ! ถ้านำปลาทั้งสองชนิดนี้มาผสมพันธุ์กันลูกที่ออกมาคงโตเร็วและเนื้ออร่อยน่าดู แต่ก็นั่นแหละครับ ความคิดนี้คงเป็นแค่ความสนุก ๆ ที่เป็นไปไม่ได้ เพราะปลามันคนละชนิดและอยู่กันคนละน้ำ เราลองมาดูอีกหนึ่งความคิดที่เป็นไปได้กันดีกว่านะครับ

     เจ้าของความคิดนี้ก็คือ อาจารย์ สุรพล บุญช่วย  อดีตข้าราชการครูผู้ที่บุกเบิกและทุ่มเทกำลังแรงใจหันมาเพาะพันธุ์ปลานานาชนิดขาย จนประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะการเพาะเลี้ยงปลาสายพันธุ์ใหม่  “ปลาเขียวมรกต” ที่ถูกผสมระหว่างปลาจากลุ่มน้ำมูลหรือลูกผสมระหว่างปลาเผาะกับปลาเทโพ บนเนื้อที่กว่า 100ไร่ ใจกลางบริเวณเกาะหนองขอนดินแดนแห่งอีสานในเมืองอุบลราชธานี แหม!  นี่ถ้าอยู่ใกล้ๆคิดอยากจะพาผู้อ่านตามผมไปดูถึงฟาร์มกันเลย แต่จากสงขลาไปอุบลราชธานี ตั้ง 1000 กว่ากิโลฯ ขอเปลี่ยนเป็นบทสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ แล้วนำมาเล่าสู่กันฟังก็แล้วกันนะครับ สะดวกและประหยัดดี 5555
     อาจารย์ สุรพล บุญช่วย   เล่าว่าในอดีตจะเพาะพันธุ์ปลาดุกบิ๊กอุย ปลานิล ปลาใน ปลาตะเพียน ปลาสวาย ขายตัวละ 3-4 บาท ตลาดมีความต้องการสูง ขายดิบขายดีมาโดยตลอด โดยเฉพาะปลาดุกจะเป็นที่ต้องการของตลาดสูงมาก จากประสบการณ์ที่มีมานานในเรื่องการเพาะเลี้ยงปลาจึงได้คิดค้นหาปลาที่มีสายพันธุ์จากปลาที่เลี้ยงตามธรรมชาติ เช่นแม่น้ำมูล  แม่น้ำชี และแม่น้ำโขง เพื่อหาพันธุ์ใหม่ที่มีคุณสมบัติเลี้ยงง่าย เจริญเติบโตเร็ว มีความต้องการทางตลาดสูง จึงได้ทดลองผสมพันธุ์ ปลาเผาะกับปลาเทโพ โดยปลาทั้งสองชนิดนี้ต่างก็เป็นปลาที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำโขงแม่น้ำมูล ผลปรากฏว่าลูกปลาที่ออกมามีลักษณะที่แตกต่างจากปลาเผาะกับปลาเทโพจึงได้ตั้งชื่อปลาชนิดนี้ว่า. “ปลาเขียวมรกต” นั่นเองปลาเขียวมรกต เป็นปลาน้ำจืดสายพันธุ์ใหม่ ที่มีลักษณะรูปร่างยาว หัวกว้างสั้นไม่แบน ครีบตั้ง หางโค้งเรียว เคลื่อนไหวตลอดเวลาคล้ายปลาฉลาม ผิวด้านหลังจะมีสีเขียว เหลือง ตามลักษณะของน้ำ ถ้าน้ำใสจะมีสีเขียว น้ำขุ่นอาจจะมีสีเหลืองและ เขียวถ้าน้ำกร่อยอาจจะเป็นเขียวน้ำเงิน ส่วนท้องและด้านข้างเป็นสีขาว มีขีดดำคล้ายสามเหลี่ยมตรงครีบข้างทั้งสอง ลูกปลาขนาดเล็กมีลักษณะต่างๆ คล้ายคลึงกันมากกับปลาเทโพและปลาเทพาหรือปลาบึก ชอบอยู่กันเป็นฝูง ปลาเขียวมรกตเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย โตเร็วทนต่อทุกสภาพแวดล้อม และเจริญอาหารได้ดีอยู่ได้ในทุกสภาพภูมิประเทศของไทยเราไม่ว่าจะเลี้ยงในบ่อน้ำกร่อย  น้ำไหลเวียน หรือปลาในกระชังก็สามารถเก็บแช่แข็งโดยไม่เปลี่ยนรสชาติเหมือนปลาทั่วๆไป อีกทั้งยังนำไปแปรรูปเป็นอาหารได้หลายประเภท เช่น  ปลารมควัน ปลาส้ม ปลาหวาน และปลาเค็ม ลูกชิ้นปลา ไส้กรอกปลา ปลาเส้น หรือข้าวเกรียบปลา เป็นต้น อาจารย์ ธนพล บอกว่าถ้าใครได้ลิ้มลองรสชาติแล้วจะติดใจ มีรสชาติดีมาก ๆ แถมยังมีไขมันต่ำ (น่าเสียดายครับช่วงโทรศัพท์สอบถามข้อมูล รู้อย่างนี้ขอปลาหวาน ปลาเค็มอาจารย์ช่วยส่งมาให้ทางไปรษณีย์สักสี่ห้ากิโลน่าจะดีนะ )
     สำหรับฟาร์มปลา ธนพล ก็ได้จดทะเบียนข้อมูลเลขที่ อก. 4100 อันเป็นหนังสือรับรองการแจ้งข้อมูลความลับทางการค้า ชื่อเรื่อง วิธีเพาะพันธุ์ปลาเขียวมรกตต่อกรม ทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งนี้มีความต้องการเพื่อส่งจำหน่ายไปยังตลาดต่างประเทศ
     จากคุณสมบัติของปลาเขียวมรกตในอนาคตอันใกล้นี้ ปลาเขียวมรกตจะเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่และแพร่หลายในวงการประมงอย่างแน่นอน มีผลตอบรับดีมากทั้งตลาดในและต่างประเทศ เช่น ประเทศอินโดนีเซีย และประเทศมาเลเซียร่วมถึงประเทศในยุโรป ส่วนอเมริกาในอนาคตกำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมผลผลิต เพื่อให้พอเพียง อย่างไรก็ตามผมคิดว่าการเลี้ยงปลาเนื้ออย่างปลาเขียวมรกตถือว่าเป็นทางเลือกอีกชนิดหนึ่งที่มีทิศทางสดใส อาจารย์ สุรพล กล่าว
     สำหรับเกษตรกรที่สนใจก็ลองดูนะครับฟังจากที่อาจารย์ สุรพล กล่าวมาผมคิดว่าเขียวมรกตสดใสจริง เฮ้อ!..เกือบลืมวิธีการเลี้ยง วิธีการเลี้ยงปลาเขียวมรกต อาจารย์ สุรพล บอกอีกว่าการเลี้ยงมีสองวิธีด้วยกัน คือ การเลี้ยงในบ่อดินขนาดพื้นที่ 1 ไร่ เลี้ยงได้ 4000 ตัวและการเลี้ยงในกระชังที่มีแม่น้ำถ่ายเทสามารถให้ผลผลิตที่สูงคุณภาพเนื้อดีโดยกระชัง ขนาด กว้าง × ยาว 4×6 เมตร หรือ 5× 5 เมตรจะเลี้ยงได้ 500-1000 ตัว ส่วนอาหารสามารถใช้ชนิดเดียวกับที่เลี้ยงปลาดุก ปลานิล และปลาสวายได้
     ทั้งหมดนี้ก็เป็นผลที่เกิดจากความตั้งใจและทุ่มเทของ อาจารย์ สุรพล บุญช่วย  นำมาซึ่งความสำเร็จต่อวงการอาชีพประมงของบ้านเรา ผมต้องขอขอบคุณท่าน   อาจารย์ สุรพล บุญช่วย มากนะครับที่กรุณาได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ จนทำให้ผมได้เขียนบทความฉบับนี้ขึ้นมาเผยแพร่สู่สาธารณชนต่อไป สำหรับใครที่สนใจก็สามารถไปดูได้ที่อำเภอหนองขอน จังหวัดอุบลราชธานี หรือโทร 081-877-7039.... นอกจากนี้ผมขอขอบคุณเวบไซต์ที่ปรากฏอยู่ด้านล่างนี้ที่ทำให้เราได้รู้จักกับรูปร่างหน้าตาของปลาเขียวมรกตมากยิ่งขึ้น

โดย  จำนง  ถีราวุฒิ

ภาพจาก https://www.rakbankerd.com/agriculture/millionaire-view.php?id=34

อ้างอิง

http://sites.google.com/site/northfoodd/kaeng-tun-si-pla-teaa
http://jawnoyfishing.blogspot.com/2008/10/blog-post_22.html