ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

ปลาทรายเป็นปลาน้ำเค็ม ชื่อสามัญ Sand whiting ชื่อวิทยาศาสตร์ Sillago sihama forsstal ซึ่งคนส่วนใหญ่รู้จักกันดี เนื่องจากมีรสชาติดีนิยมรับประทานทั้งในประเทศและนอกประเทศ และโรงงาน อุตสาหกรรมแปรรูปส่งออก ปลาทรายพบหลายชนิด แต่พันธุ์ Sillago sihama เป็นพันธุ์ที่นำมาศึกษาค้นคว้ากันมาก ประเทศไทยพบในแถบอ่าวไทยและอันดามัน แถบชายฝั่งทะเล

นิสัยชอบหากินตามพื้นทรายอยู่รวมกันเป็นฝูง ลำตัวเรียวยาว ว่ายน้ำว่องไว ในต่างประเทศพบใน อินเดีย และปากีสถานได้ทดลองศึกษาทางนิเวศน์วิทยาและชีววิทยาทางธรรมชาติสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง จ.สงขลา จึงได้ศึกษาชีววิทยาการพัฒนาลูกปลาทรายวัยอ่อนระแรก รวมถึงปัจจัยอื่นๆที่เหมาะสมในการเพาะพันธุ์และการอนุบาล เพื่อที่จะได้เป็นแนวทางผู้ที่สนใจจะได้นำไปเลี้ยงในเชิงพาณิชย์ในอนาคตข้างหน้า

การเพาะพันธุ์ปลาทราย
     ดำเนินการทดลองศึกษาที่สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง จ.สงขลา ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2539 ถึงธันวาคม 2540 โดยสุนิตย์และคณะ (2540) รวบรวมพ่อแม่พันธุ์ปลายทรายจากธรรมชาติมาเพาะพันธุ์ในถังไฟเบอร์ขนาด 1 ตันพบว่า ปลาทรายสามารถวางไข่เองได้โดยไม่ต้องใช้ฮอร์โมน HCG การปล่อยให้ปลาวางไข่เองธรรมชาติทำให้ปลามีโอกาสฟักเป็นตัวสูง เนื่องจากปลาที่ไม่ถูกกระตุ้นด้วยฮอร์โมนไข่จะมีความสมบูรณ์ คุณภาพดี แต่การกระตุ้นด้วยฮอร์โมนมีข้อดีคือ สามารถให้แม่พันธุ์ปลาวางไข่ได้ครั้งละหลายๆตัว แม่พันธุ์ปลาที่ฉีดกระตุ้นฮอร์โมน HCG จะวางไข่ติดต่อกัน 6 วัน หลังฉีดขณะที่ปลาวางไข่เองจากธรรมชาติต้องใช้เวลา 20 วัน แต่เนื่องจากการฉีดฮอร์โมนกระตุ้นต้องการทำในช่วงที่เหมาะสม ซึ่งเป็นช่วงเวลาจำกัด แม่ปลาที่วางไข่มีอัตรา การผสมสูงแต่จะลำบากในการแยกเพศ ซึ่งปลาเพศผู้และเพศเมียมีการเจริญเติบโตทุกช่วงความยาว นอกจากปลาเพศเมียมีไข่แก่จัดอาจมีท้องอูมย้อยกว่าปกติ การเพาะพันธุ์ปลาทรายสามารถนำปลาที่ยังไม่มีไข่แก่มาเลี้ยงให้วางไข่และผสมกันเองในบ่อหรือในถังระยะ 1 เดือน มีอัตราฟักไข่สูงถึง 90% ปลาทรายเป็นปลามีไข่ดกสูงวางไข่หลายๆครั้งตลอดเวลาหลายเดือน แสดงให้เห็นว่า การพัฒนาวงจร การตกไข่และการวางไข่ช่วงระยะเพียง 1 วัน ดังนั้นการเลี้ยงขุนพ่อแม่พันธุ์ในบ่อหรือในถังให้อากาศทำได้ไม่ยากจึงอาจช่วยแก้ปัญหาการรวบรวมแม่พันธุ์ปลาไข่แก่และพ่อพันธุ์ปลาที่มีน้ำเชื้อดีได้ครั้งละมากๆ ในธรรมชาติได้ 

การอนุบาลปลาทราย
     จากการศึกษาทดลองพบว่า ลูกปลามีอัตราการตายสูงช่วงลูกปลาเริ่มกินอาหารและการให้อาหารโรติเฟอร์ขนาดไม่เท่ากัน การอนุบาลลุกปลาอายุ 2-8 วันแรกจึงควรให้โรติเฟอร์ขนาดเล็ก กรองลอดผ่านผ้ากรอง 80 ไมครอน ลูกปลาจะมีอัตราการรอดสูงกว่า แต่บางช่วงโรติเฟอร์ขนาดเล็กไม่เพียงพอ ดังนั้นการเพาะเลี้ยงโรติเฟอร์ขนาดเล็กสามารถใช้สายพันธุ์ธรรมชาติของจังหวัดสตูลแทนได้เพราะมีขนาดใกล้เคียงกันขนาดที่กรองผ่านผ้ากรอง 80 ไมครอน อีกทั้งช่วยลดต้นทุนในการเพาะเลี้ยงและทำให้น้ำในถังอนุบาลมีคุณภาพดีเพราะไม่มีตะกอนที่ผ่านการกรองมาเจือปน
การอนุบาลลูกปลาทรายเมื่อผ่านช่วงวิกฤติระยะเริ่มกินอาหารไปแล้ว ช่วงระยะอายุ 25 วัน เป็นช่วงที่ต้องให้อาร์ทีเมียแทนโรติเฟอร์ถึงอายุ 40 วันอาจทำให้ลูกปลาช๊อคหรือตกใจตาย หากถูกรบกวนโดยกะทันหัน เช่น การใช้สวิงตักปลา การดูดตะกอน เปลี่ยนถ่ายหรือหยุดให้อากาศ แก้ไขอาการเหล่านี้โดยการให้อาร์ทีเมียเสริมไขมัน นอกจากลดอัตราการตายแล้ว ยังช่วยให้ลูกปลาเจริญเติบโตได้ดี รวมถึงปัจจัยด้านอื่นๆ ที่ทำให้ลูกปลามีโอกาสเสี่ยงอัตราการตายสูง เช่น
ความหนาแน่น คือ หากการอนุบาลลูกปลาในความหนาแน่นต่ำ อัตราการรอดก็จะสูงขึ้น เพราะว่านิสัยปลาทรายเป็นปลาที่ต้องการพื้นที่ในการพัฒนาการเจริญเติบโตในระยะวัยอ่อนสูงกว่าปลาชนิดอื่นๆ อย่างไรก็ตามความหนาแน่นสูงหากระบบน้ำไหลก็จะสามารถควบคุมคุณภาพน้ำในถังอนุบาลให้อยู่ในระยะที่เหมาะสมได้
ความเค็มของน้ำ ลูกปลาทรายที่อนุบาลในน้ำกร่อยพบว่า การเจริญเติบโตจะดีกว่าน้ำทะเลปกติ แต่อัตราการรอดไม่แตกต่างกัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการศึกษาการแพร่กระจายของลูลปลาทรายในธรรมชาติพบว่า ลูกปลาวัยรุ่นช่วงก่อนสมบูรณ์เพศจำนวนมาก บริเวณชายฝั่งชอบอาศัยอยู่ในน้ำกร่อยที่มีความเค็ม 20-25 ppt
จากการศึกษาการอนุบาลลูกปลาทรายให้มีความแข็งแรง เจริญเติบโตได้ดีและมีอัตราการรอดสูง ต้องพิจารณาขนาดของอาหารที่เหมาะสมเช่น โรติเฟอร์ขนาดเล็ก, อาร์ทีเมียเสริมกรดไขมันที่จำเป็นและเนื้อปลาสดตามลำดับ รวมถึงอัตราความหนาแน่นในการอนุบาลเพาะเลี้ยงลูกปลา เช่น    ลูกปลา 20,000 ตัว/ตัน อนุบาล 1-14 วัน, ลดความหนาแน่น 2,000 ตัว/ตัน เมื่อลูกปลาอายุได้ 14-16 วัน ลดความเค็มของน้ำให้เหลือ 20 ppt สามารถอนุบาลลูกปลาได้ถึง 6 เดือนแต่ทว่าปลาทรายตัวหนึ่งๆ การวางไข่แต่ละตัวค่อนข้างน้อย การรวบรวมพ่อแม่พันธุ์ปลาแต่ละครั้งได้ไม่มาก ดังนั้น วิธีการรวบรวมพ่อแม่พันธุ์มาเลี้ยงในบ่อทำให้มีไข่ มีน้ำเชื้อดี จึงเป็นโอกาสทางเลือกหนึ่งของการพัฒนาวิธีการเพาะพันธุ์และการอนุบาลลูกปลาทราย

วิธีการเลี้ยงปลาทราย
     จากการศึกษาปลาทรายที่เลี้ยงทดลองอายุ 2-6 เดือนในถังอนุบาลขนาด 1 ตัน ปล่อยลูกปลา 105 ตัว พื้นถังรองทราย 25 ซ.ม. เพราะนิสัยปลาทรายชอบหากินตามพื้นทรายใช้ระบบน้ำหมุนเวียนพื้นทรายตลอดเวลาถ้าให้ประหยัดลดต้นทุนการผลิต ควรเลือกอาหารใช้ทดแทนที่มีราคาถูก หาง่ายตามท้องถิ่น เช่น ปลาเป็ด ปลาข้างเหลืองสับละเอียดวันละ 2 มื้อ อัตราการให้เหมาะสมจะช่วยให้ผลตอบแทนผลผลิตสูง อย่างไรก็ตามการเพาะเลี้ยงปลาทรายผู้สนใจเพาะเลี้ยงต้องศึกษาพื้นที่ทำเลสภาพพื้นที่ชายฝั่งทะเลดินทราย ความเค็มประมาณ 20-25 ppt ศึกษาการให้อาหาร ชนิดอาหารและอาหารทดแทน เนื่องจากการเพาะเลี้ยงปลาทรายคาดว่า จะเป็นปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ แต่ปัจจุบันการเลี้ยงในเชิงพาณิชย์ยังไม่แพร่หลาย แต่ในอนาคตต่อไปข้างหน้าการเพาะเลี้ยงปลาทรายจะเป็นอาชีพหนึ่งที่ผู้ สนใจจะนำไปประกอบอาชีพได้

โดย  คุณเจนจิตต์  คงกำเนิด

ภาพจาก https://th.wikipedia.org

เอกสารอ้างอิง
เจนจิตต์ คงกำเนิด และคณะ. 2542. การเพาะและการอนุบาลปลาเห็ดโคน. เอกสารวิชาการฉบับที่
2/2542. สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง จ.สงขลา