น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ NORTHERN  BLUEFIN TUNA
ชื่อวิทยาศาสตร์ Thunnus thynnus (Linnaeus,1758)
วงศ์ Scombridae , subfamily : Scombrinae

        ปลาทูน่าครีบน้ำเงิน (Bluefin tuna)  เป็นทูน่าที่ใหญ่ที่สุด มีขนาดใหญ่กว่าโลมาถึง 2 เท่า  ยาวถึง 3.65 เมตร หนัก 680 กิโลกรัม และอายุยืนร่วม 30 ปี แม้จะตัวใหญ่ แต่ปลาชนิดนี้ก็ประเปรียวยิ่ง สามารถแหวกว่ายด้วยความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและดำน้ำได้ลึกเกือบหนึ่งกิโลเมตร ระบบไหลเวียนโลหิตแบบสัตว์เลือดอุ่นที่แตกต่างจากปลาส่วนใหญ่ พบแพร่กระจายบริเวณมหาสมุทรแอตแลนติกฝั่งตะวันตกแถบประเทศแคนนาดา อ่าวเม็กซิโก  ไปถึงแถบประเทศเวเนซุเอล่าและบราซิล  มหาสมุทรแอตแลนติกฝั่งตะวันออกบริเวณหมู่เกาะโลโฟเทนนอกฝั่งนอร์เวย์ ไปถึงเกาะคานารี่ ทะเลเมดิเตอเรเนี่ยนจนถึงทางตอนใต้ของทะเลดำ และมีรายงานว่าพบบริเวณนอกฝั่งของอัฟริกาใต้ ปกติจะอาศัยอยู่ในมหาสมุทร แต่ก็สามารถมาอาศัยอยู่บริเวณใกล้ฝั่งและสามารถทนต่ออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงได้กว้าง มักรวมฝูงกับปลาทูน่าชนิดอื่นๆ อาหารเป็นปลาขนาดเล็ก หมึก และปูสีแดง  ครั้งหนึ่งทูน่าครีบน้ำเงินยักษ์หลายล้านตัวที่อพยพผ่านมหาสมุทรแอตแลนติกและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน กลายเป็นอาหารสำคัญของคนยุคโบราณจนพวกเขาถึงขั้นสลักภาพปลาชนิดนี้บนผนังถ้ำและเหรียญกษาปณ์
        ลักษณะที่เห็นได้เด่นชัดคือ ความกว้างที่สุดของลำตัวปลาอยู่ทางตอนต้นของครีบหลังอันที่หนึ่ง ตัวค่อนข้างอ้วนสั้น หัวโต ตาโต ครีบหลังแยกออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน ที่คอดหางมีสีดำ ขนาดของปลาทูน่าครีบสีน้ำเงินใหญ่ที่สุดมีความยาวมากกว่า 300 เซนติเมตร แต่ที่พบทั่วไปมีขนาด 200 เซนติเมตร มีรายงานว่าเคยพบยาวถึง 458 เซนติเมตร และน้ำหนักที่เคยพบมากที่สุด คือ 684 กิโลกรัม อายุสูงสุดที่มีรายงานคือ 15 ปี เป็นที่นิยมมากในประเทศญี่ปุ่นทั้งรับประทานสดและบรรจุกระป๋อง แต่ปัจจุบันเป็นชนิดที่หายาก เนื่องจากการประมงมากจนไม่สามารถเกิดทดแทนได้ทัน
        ปลาทูน่าครีบน้ำเงินยักษ์ หรือปลาทูน่าครีบน้ำเงินแอตแลนติก มีคุณสมบัติพิเศษ คือ เนื้อส่วนท้องสุดนุ่มที่มีไขมันแทรกเป็นชั้น เหมาะจะทำ ซูชิ ตลอดสิบปีที่ผ่านมา กองเรือประมงทันสมัยซึ่งมักจะมีเครื่องบินค้นหาตำแหน่งนำ ไล่ล่าฝูงทูน่าครีบน้ำเงินไปทั่วทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และจับปลาชนิดนี้ได้ปีละหลายหมื่นตัว ซึ่งหลายครั้งเป็นการลักลอบจับโดยผิดกฎหมาย ปลาที่ถูกขุนจนอ้วนในกระชังนอกชายฝั่งจะถูกยิงและแล่เนื้อไปทำซูชิและสเต็กขายในญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และยุโรป แม้ทูน่าครีบน้ำเงินในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจะถูกกวาดไปจนใกล้สูญพันธุ์ในปัจจุบัน แต่เจ้าหน้าที่ของยุโรปและแอฟริกาเหนือก็แทบไม่ได้ทำอะไรเพื่อหยุดยั้งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์นี้เลย 
        กลุ่มพิทักษ์สิ่งแวดล้อมออกมาเตือนว่า ปลาทูน่าครีบน้ำเงินเสี่ยงสูญพันธุ์ หลังจากคณะกรรมาธิการเพื่อการอนุรักษ์ปลาทูน่าในมหาสมุทรแอตแลนติกเห็นชอบ ให้ลดโควตาการจับปลาทูน่าครีบน้ำเงินในมหาสมุทรแอตแลนติกลงราว 1 ใน 3 
        การจับปลาทูน่าครีบน้ำเงิน แต่กลับมีมติให้ลดการจับปลาดังกล่าว ทั้งๆที่มีการเตือนว่า การจับปลาทูน่าครีบน้ำเงินมีความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ เพราะมีการทำประมงปลาชนิดนี้อย่างเป็นล่ำเป็นสันที่มากเกินไปในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและแอตแลนติก เพื่อสนองต่อความต้องการของตลาดเอเชีย โดยเฉพาะญี่ปุ่น ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการเพื่อการอนุรักษ์ปลาทูน่าในมหาสมุทรแอตแลนติก ระบุว่า จะปรับลดโควตาประจำปีในการจับทูน่าครีบน้ำเงินในปีหน้าลงเหลือ 13,5000 ตัน จากเดิม 19,950 ตัน และจะย่นฤดูกาลจับปลาลงเหลือ 1 เดือน รวมทั้งมีแผนการฟื้นฟู ซึ่งจะทำให้ประชากรทูน่าครีบน้ำเงินฟื้นตัวขึ้นราวร้อยละ 60 ในอีก 15 ปีข้างหน้า.
        ตอนนี้มหาสมุทรของโลกเหลือเพียงเงาของสิ่งที่เคยมีอยู่ในอดีต ยกเว้นในเขตที่มีการจัดการประมงอย่างดี เช่น อลาสก้า ไอซ์แลนด์ และนิวซีแลนด์ ปลาที่แหวกว่ายในมหาสมุทรเหลือไม่ถึงเสี้ยวหนึ่งของที่เคยมีเมื่อร้อยปีก่อน นักชีววิทยาทางทะเลมีความเห็นต่างกันเกี่ยวกับปริมาณปลาที่ลดลง บางคนอ้างว่าปลาทะเลขนาดใหญ่ลดลงร้อยละ 80-90 ในขณะที่บางคนเห็นว่าไม่ได้ลดลงขนาดนั้น แต่ทั้งหมดเห็นตรงกันว่า แทบทุกหนแห่งที่มีปลาชนิดนี้อยู่มีเรือประมงออกจับปลาทีมากเกินไป
   

เรียบเรียงโดย...ฉวีวรรณ  หนูนุ่น

ภาพจาก  https://th.wikipedia.org/wiki 

เอกสารอ้างอิง
      
   นบสร  วันชาญเวช .2010 aqua biz vol.4 issue May 2010      
   http://news.ohpicpost.com/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/18582/
   http://www.ngthai.com/ngm/0704/feature.asp?featureno=1
   http://www.pinonlines.com/node/8415