ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

ไม่ว่าเราจะทำงานอะไร อาชีพอะไรก็แล้วแต่ทุกอย่างล้วนมีเคล็ดลับของงาน ๆ นั้นอยู่ในตัวอยู่แล้ว ซึ่งเคล็ดลับตรงนี้แหล่ะที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนประสบความสำเร็จในอาชีพการงานนั้นได้ แล้วเคล็ดลับต่าง ๆ เหล่านี้นั้นมาจากไหนกันหล่ะ... เราจะหาตามท้องตลาดทั่วไปได้หรือไม่ เปล่าเลย...เคล็ดลับเหล่านั้นต้องอาศัย “ประสบการณ์” เสมอเพราะประสบการณ์จะทำให้ลองผิดลองถูกจนถูกในที่สุดและตรงนี้แหล่ะจึงเป็นที่มาของคำว่า “สูตรใครสูตรมัน” ไง...!

          

                ลูกปลากะพงขาววัยแรกฟัก

          ซึ่งตรงนี้แหละผมจะนำเอาประสบการณ์ของบุคคลคนหนึ่งในการอนุบาลลูกปลากะพงขาวในวัยแรกฟักจนถึงกินอาร์ทีเมียเป็นอาหารมาเล่าสู่กันฟังซึ่งถ้าหากใครต้องการจะแชร์ประสบการณ์ตรงนี้ก็ติดต่อมาได้เลยน่ะครับที่สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง จ.สงขลา ครับ... เราจะเริ่มกันเลยน่ะ...

          แรกเลยก็คือต้องเตรียมน้ำไว้ก่อนโดยจะฆ่าเชื้อด้วยคลอรีน แล้วตั้งทิ้งไว้ประมาณ 2-3 วัน เปิดออกซิเจนไว้ตลอด จากนั้นก็ต้องเช็ดคลอรีนอีกครั้งด้วย โปรแตสเซียมไอโอดายน์ เพื่อให้แน่ใจว่าคลอรีนหมดแน่นอน และเมื่อลากไข่ปลามาเสร็จก็จะใส่ลงในถังฟักซึ่งในถังฟักต้องให้น้ำไหลผ่านตลอด และเปิดออกซิเจนพอประมาณตลอด ซึ่งการให้น้ำไหลผ่านนั้นก็เพื่อให้ไข่ปลาได้รับน้ำสะอาดและจะได้ล้างคราบไขมันไปในตัวด้วย เพราะถ้าไม่ทำอย่างนั้นคราบไขมันนี่แหล่ะที่จะทำให้น้ำเสียและลูกปลาที่ฟักออกมาอาจตายได้ เมื่อเสร็จสิ้นตรงนั้นแล้วคราวนี้เราก็คอยประมาณ 16-18 ช.ม. ลูกปลาก็จะฟักเป็นตัวในระหว่างนั้นก็ต้องดูดตะกอนพร้อมกับไข่เสียออกด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเน่าเสีย ซึ่งเป็นอันตรายต่อลูกปลาได้

          จากนั้นก็นำลูกปลามาลงบ่อที่เตรียมไว้แล้วปริมาตรน้ำ 10-13 ลบ.ม. ซึ่งใน 1-2 วันแรกไม่ต้องยุ่งอะไรมากอาหารก็ไม่ต้องให้เพราะลูกปลาจะอาศัยถุงไข่แดงอยู่แล้วเพียงแค่เราต้องคุมอุณหภูมิไม่ให้ต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส ก็พอแล้วแต่สำหรับเทคนิคที่สถาบันฯใช้คือไม่ให้อุณหภูมิต่ำกว่า 29 องศาเซลเซียส พอเริ่มวันที่ 3 ก็จะให้โรติเฟอร์ได้เลย ซึ่งการให้โรติเฟอร์นั้นบอกไม่ได้หรอกว่าจะให้มากน้อยแค่ไหนอ้าว! แล้วเราจะทราบได้ไงละว่าลูกปลากินอาหารพอหรือไม่ ก็จากการสังเกตไง เราต้องคอยเช็ดอยู่ตลอดเวลาเลยว่าลูกปลากินโรติเฟอร์หมดหรือยังโดยตักลูกปลามาดูท้องว่ากลมหรือแฟบและต้องดูอีกว่ามีโรติเฟอร์หลงเหลืออยู่อีกหรือปล่าว ถ้าโรติเฟอร์หมดแล้วก็สามารถเพิ่มให้ได้เลยไม่เสียหายอยู่แล้ว...

          ส่วนการเปลี่ยนถ่ายน้ำนั้นก็ต้องดูสภาวะน้ำในบ่อเป็นหลักว่าสมควรแก่การเปลี่ยนถ่ายน้ำหรือยังคือถ้าน้ำในบ่ออนุบาลเริ่มขุนมองพื้นบ่อไม่ค่อยเห็นหรือน้ำเริ่มจะเหนือดมีฟองนั้นก็สมควรแก่การเปลี่ยนถ่ายน้ำแล้ว แต่ส่วนใหญ่แล้วก็ประมาณ 2-3 วัน ก็เปลี่ยนถ่ายน้ำได้แล้ว ซึ่งการเปลี่ยนถ่ายน้ำนั้นก็ต้องเปลี่ยนแบบไม่ให้อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงมาก ก็คือ ถ่ายน้ำออกประมาณ 3 ลบ.ม. และเพิ่มใหม่ประมาณ 4-5 ลบ.ม. ครั้งต่อไปก็ถ่ายออกประมาณ 5 ตัน และเพิ่มประมาณ 7 ตัน จะทำอย่างนี้ตลอดจนว่าน้ำจะได้ระดับประมาณ 15-20 ตัน คราวนี้ก็จะเลี้ยงไปเรื่อย ๆ จนกว่าลูกปลาจะกินอาร์ทีเมียได้ก็จะใช้เวลาประมาณ 8-10 วัน ซึ่งในระหว่างนั้นเราก็ต้องคอยสังเกตอาการลูกปลา การกินอาหารของลูกปลา สภาวะน้ำในบ่อถ้ามีตะกอนมากก็ต้องดูดออกเปลี่ยนถ่ายน้ำบ้างประมาณ 4-5 ตัน คอยตรวจสอบอุณหภูมิตลอดถ้าต่ำกว่า 29 องศาเซลเซียส ก็ควรใช้ฮีตเตอร์ช่วยในการเพิ่มอุณหภูมิ เพราะถ้าน้ำเย็นอุณภูมิต่ำกว่า 28 องศาเซลเซียส สะสมหลาย ๆ วันละก้อลูกปลาจะเกาะกลุ่มลำตัวมีสีดำและนั่นแหล่ะเริ่มจะมีปัญหาทันทีเลย

          และอีกอย่างคือเมื่อเราเริ่มเลี้ยงลูกปลาได้ซักระยะหนึ่งประมาณ 1 สัปดาห์ เราก็จะเริ่มลดความเค็มจาก 30 ppt. เหลือ 25 ppt. จากนั้นก็เลี้ยงเรื่อย ๆ จนลูกปลาได้อายุประมาณ 30-40 วัน ก็จะจำหน่ายหรือปล่อยแหล่งน้ำธรรมชาติต่อไป

          การอนุบาลลูกปลาไม่ใช่เรื่องยากเลยใช่มั้ย ไม่เหนื่อยด้วยถ้าลูกปลามีอาการปกติ และในทางกลับกันถ้าลูกปลามีปัญหาละก้อ งานเข้าเลยหล่ะ จะบอกให้... เพราะฉะนั้นเราต้องคอยสังเกตอาการ พฤติกรรมของลูกปลากะพงขาวอยู่บ่อย ๆ อย่าปล่อยให้ลูกปลาป่วยเด็ดขาด ดั่งหลาย ๆ ครั้งที่เราเคยได้ยินกับคำว่า “ป้องกันดีกว่าแก้” ไง...

 

นายประคอง ชุ่มจันทร์

          ท้ายสุดนี้ขอขอบพระคุณ นายประคอง ชุ่มจันทร์ เจ้าหน้าทีประจำโรงเพาะฟักปลากะพงขาว ที่มีประสบการณ์อันยาวนานในการอนุบาล ที่ได้ให้ข้อมูลประกอบในบทความฉบับนี้ ขอขอบคุณมากครับ....

โดย บุญยา คงคาลิหมีน