ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

ถ้าเอ่ยถึงปลานิลคงน้อยมากที่จะไม่มีใครรู้จัก   เพราะเป็นปลาที่มีอยู่ทั่วทุกภาคในบ้านเราและนิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย ปลานิลเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย ทนต่อสภาพแวดล้อมสูง และยังสามารถขยายพันธุ์ได้ตามธรรมชาติ (สามารถผสมพันธุ์ว่างไข่ได้ตลอดทั้งปี) และนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นของประโยคที่ว่า “ เลี้ยงปลานิล ….. ขายปลากะพงขาว ’’

                

                 อันที่จริงแล้วคำว่า “ เลี้ยงปลานิล ” เป็นการเลี้ยงปลานิลเพื่อเป็นอาหารของปลากะพงขาว โดยวิธีก็ง่ายๆเลยครับ เพียงแค่ท่านผู้อ่านมีบ่อเลี้ยงปลา หรืออาจเป็นบ่อเลี้ยงกุ้งที่ทิ้งร้างไม่ได้ใช้ประโยชน์ใดๆ แค่นี้ท่านก็สามารถที่จะใช้วิธีการดังกล่าวได้แล้ว เพียงแค่ท่านหา พ่อ – แม่พันธุ์ปลานิลสักประมาณ10-20 คู่ ปล่อยลงในบ่อที่ต้องการเลี้ยง (บ่อขนาด 1-2 ไร่) แล้วปล่อยให้ปลานิลขยายพันธุ์ไปเรื่อยๆสักประมาณ3-5 เดือน ท่านก็จะได้ปลานิลมากพอที่ใช้เป็นอาหารของปลากะพงขาว ในช่วงที่ท่านเลี้ยงปลานิลเพื่อให้มันขยายพันธุ์นั้น คุณผู้อ่านก็ต้องให้อาหารปลาเหล่านั้นด้วยนะครับ เพราะลำพังให้ปลากินอาหารธรรมชาติที่มีอยู่ในบ่อนั้น มันก็คงไม่เพียงพอกับปริมาณปลาที่เพิ่มขึ้น อาหารที่ใช้ก็อาจจะเป็นอาหารต้นทุนต่ำ เช่น พวกรำข้าว หรือ กากถั่วเหลือง เป็นต้น (แต่ถ้าเป็นอาหารเม็ดเลี้ยงปลากินพืชก็จะดีนะครับ) เพราะปลาจะได้รับสารอาหารที่เหมาะสม

                หลังจากที่เตรียมอาหารของปลากะพงขาว (ปลานิล) เสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือ จัดหาพันธุ์ปลากะพงขาวขนาดประมาณ 5-6 นิ้ว มาลงในบ่อที่เตรียมไว้และอัตราส่วนในการปล่อยที่อยากแนะนำก็มี 2 อย่าง คือ

  1. ปล่อยปลากะพงขาวในอัตราส่วน 200-350 ตัว / บ่อ 1ไร่ ในกรณีนี้คุณผู้อ่านไม่ได้เสริมอาหารอื่นๆ เช่น อาหารเม็ดสำหรับปลาทะเล หรือ อาหารสดจำพวกปลา (ปลาเหยื่อ)
  2. ปล่อยปลากะพงขาว 500-700 ตัว / 1ไร่ ในกรณีนี้คุณผู้อ่านต้องให้อาหารเสริม (อาหารเม็ด หรือ ปลาเหยื่อ) เพราะถ้าให้กินเฉพาะลูกปลาในบ่อคงไม่พอกับปลากะพงขาวที่ปล่อยลงไป ทั้งนี้การให้อาหารเสริมก็จะให้แบบวันเว้นวัน หลังจากที่ลูกปลาเริ่มน้อยลงนะครับ

วิธีการที่กล่าวข้างต้นนั้น เป็นวิธีที่ทำได้จริง ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี ถึง 1ปีครึ่ง ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ในการเตรียมอาหาร (ลูกปลานิล) ก็สามสารถจับผลผลิตได้แล้ว ผลผลิตที่ได้ (ปลากะพงขาว) จะมีขนาด 1.5 -2 กก./ตัว และผลพลอยได้อีกอย่าง คือ ปลานิล ซึ่งปลานิลที่รอดจากการเป็นอาหารของปลากะพงขาวก็จะมีขนาดที่ใหญ่พอสมควร ประมาณ 300-500 กรัม (2-3 ตัว /1 กก.) ถ้าเป็นอย่างนี้ก็เรียกได้ว่า (ยิงปลาตัวเดียวได้ปลาทั้ง 2 ตัว นะครับ)

                อย่างไรก็ดีวิธีการที่แนะนำนั้นเหมาะสำหรับที่จะเป็นอาชีพเสริม เพราะอัตราการปล่อยเป็นการปล่อยแบบบางๆ และเป็นการใช้พื้นที่ (บ่อเลี้ยง) ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์กลับมาใช้ใหม่ ดีกว่าที่จะปล่อยทิ้งร้างโดยที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ และอีกอย่างเราก็จะได้รับโปรตีนจากเนื้อปลาไว้บริโภคในครอบครัวด้วยนะครับ

โดย นายอำรัน บังกูสัน