อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

ถ้าไก่จะงามเพราะขน  คนจะงามเพราะแต่ง คงไม่แปลกนะครับ  ถ้าปลาที่ผมนำมาให้รู้จักกันในบทความฉบับนี้  จะงามเพราะหนวด  พูดถึงเรื่องหนวดเคยสังเกตมั๊ยครับ  หนวดใครสวยหนวดใครเด่น  แล้วมักจะกลายเป็นจุดเด่นจุดสนใจของคนคนนั้น  อย่างเมืองไทยเราก็มีหลายท่านที่มีหนวดสวยจนเป็นที่โด่งดัง  ถ้าเมืองนอกสมัย 15 ปีที่แล้วผมจำได้ครับ เอียนรัช  เพชรฆาตติดหนวดกองหน้าลิเวอร์พูล  มีฝีเท้าและหนวดเป็นอาวุธจนทำให้เขาโด่งดังไปทั่วโลก…

เอ๊ะ ! มันเกี่ยวอะไรกับปลาสวยงาม (ฮา ฮา ฮา) ไม่ว่ากันนะครับเพราะเรื่องที่ผมกำลังกล่าวถึงต่อไปนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวของกับหนวด

ภาพจาก https://th.wikipedia.org/wiki/

ปลาสวยงามพื้นบ้านที่นำมาให้ให้รู้จักมีหนวดเป็นเรื่องหมายการค้า  ถ้านิสัยของมันดุสักหน่อย  อาจจะกลายเป็นเพชฌฆาตติดหนวดเหมือนกับเอียนรัช  อะไรประมาณนั้น  ปลาหนวดพราหมณ์  ใช่ครับปลาหนวดพราหมณ์  เป็นปลาพื้นบ้านที่ติดอันดับความสวยงามอีกชนิดหนึ่ง  ปลาหนวดพราหมณ์ ( อังกฤษ: Paradise Threadfin )  ปลาน้ำกร่อยที่สามารถปรับตัวให้อยู่ในน้ำจืดได้  มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  Polynemus  paradiseus  อยู่ในวงศ์ปลากุเรา ( Polynemidae )  มีส่วนหัวขนาดเล็ก ตามีขนาดเล็กอยู่เกือบสุดปลายส่วนหัวและมีเยื่อไขมันคลุม ปากกว้างมีฟันซี่เล็กละเอียดบนขากรรไกร ลำตัวแบนข้าง ครีบอกยาว ส่วนที่เป็นเส้นยาวมีความยาวมากกว่าลำตัวถึง 2 เท่า  โดยเฉพาะเส้นบนมีทั้งหมดข้างละ 10 เส้น ครีบหางเว้าลึกปลายแหลม เกล็ดเล็กละเอียดมีลักษณะเป็นฉลาม ตัวมีสีเงินวาวอมชมพูหรือสีเนื้อ หัวสีจางอมชมพูหรือสีเนื้อ ครับสีจาง ด้นท้องสีจาง  มีขนาดโตเต็มที่ประมาณ 10 -15 เซนติเมตร  ใหญ่สุดพบถึง 20 เซนติเมตร  นิยมอยู่เป็นฝูง  บางครั้งหากินด้วยการหงายท้องล่าเหยื่อ พบมากในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำโขงตอนล่าง ในต่างประเทศพบได้จนถึงเบอร์เนียวและเกาะสุมาตรา
ปลาหนวดพราหมณ์ จริงๆไม่มีหนวดสักเส้นนะครับ ส่วนเส้นยาวๆ ที่เราเห็นว่าคล้ายหนวดของปลา ที่จริงเป็นครีบอกที่พัฒนาเพื่อการนำร่อง ซึ่งใช้สำหรับคลำทางและหาอาหาร เนื่องจากปลาชนิดนี้มีสายตาไม่ดี  ก้านครีบพวกนี้เองที่เป็นจุดเด่นของปลาชนิดนี้ ยามว่ายน้ำปลาจะกางก้านครีบของมันไปในทิศทางต่างๆ  นี่แหละครับคือเครื่องหมายการค้าของปลาชนิดนี้สวยงามแปลกตา แลดูน่ารัก แต่ก่อนปลาชนิดนี้มีคนรู้จักน้อยเพราะพบได้ยากในธรรมชาติ  เป็นเพราะปลาชนิดนี้ไม่ค่อยทนทานต่อสภาพน้ำที่มีคุณภาพตํ่า  พูดง่ายๆ คือถ้าน้ำไม่ดีปลาชนิดนี้ก็ไม่อยู่ว่าอย่างนั้นเถอะ  แต่ระยะหลังมานี้ ปลาชนิดนี้เริ่มได้รับความสนใจจากนักเลี้ยงปลาสวยงามมากขึ้นและกรมประมงเองก็สามารถเพาะพันธุ์ได้อีกด้วย และมันก็ไม่ธรรมดานะครับ เพราะปลาชนิดนี้เคยถูกนำมาจัดแสดงที่งานประมงน้อมกล้า งานใหญ่ขนาดนี้สามารถขึ้นแท่นโชว์ในงานระดับชาติ  ก็น่าภูมิใจสำหรับปลาพื้นบ้านของไทยนะครับสวยงามไม่แพ้ปลาจากต่างประเทศ
      ในประเทศไทยนั้น มีปลาหนวดพราหมณ์อยู่ 2 ชนิด คือ
1. Poiynemus longipectoralis Weber & de Beaufort , 1922 อาศัยอยู่บริเวณ์แม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ทั้งบริเวณที่เป็นน้ำจืด และบริเวณปากแม่น้ำซึ่งเป็นน้ำกร่อย  ขนาดโตเต็มที่ประมาณ 40 เซนติเมตร ในตลาดปลาสวยงาม จะไม่นิยมนำมาจำหน่ายกันเนื่องจาก เป็นปลาที่ชอบน้ำกร่อย และน้ำที่มีความกระด้างสูง ไม่เหมาะจะนำมาเลี้ยงในน้ำจืด อีกทั้งยังมีจำนวนก้านครีบอิสระที่น้อยกว่าคือมี 16 เส้น ทำให้ด้อยความสวยงามกว่าชนิดที่ 2
2. Polynemus multifilis Schlegel , 1843 อาศัยอยู่บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบนแถมจังหวัดชัยนาท และนครสวรรค์ อาศัยอยู่ในน้ำจืดสนิท ลักษณะเด่นคือ มีก้านครีบอิสระจำนวนมากกว่าชนิดแรก สองเท่า คือมี 32 ก้าน ทำให้แลดูสวยงามกว่า เวลาว่ายน้ำ ขนาดโตเต็มที่จะมีประมาณ 30 เซนติเมตร ซึ่งจะเล็กกว่าชนิดแรก ปลาชนิดนี้จะนิยมนำมาเลี้ยงเป็นปลาสวยงามครับ
      ในการนำปลาหนวดพราหมณ์มาเลี้ยงนั้น อันดับแรก เราต้องมีตู้ขนาดใหญ่ แนะนำให้เลี้ยงในตู้ 48 นิ้วขึ้นไปครับเนื่องจากปลาต้องการพื้นที่ในการว่ายน้ำเยอะมาก และจะว่ายน้ำอยู่ตลอดเวลา  ปลาค่อนข้างบอบบ้าง ต่อการถูกกระทบกระเทือน ดังนั้น จึงไม่ควรเลี้ยงปลาที่ดุร้าย ก้าวร้าว รวมกันด้วย เนื่องจากอาการบาดเจ็บแม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้ปลาตายได้  น้ำต้องมีคุณภาพดีมาก อันนี้เป็นเรื่องสำคัญในการเลี้ยงปลาชนิดนี้ ดังนั้น ระบบกรองที่ดี จึงขาดไม่ได้ในการเลี้ยงปลาชนิดนี้ ส่วนสารเคมีต่างๆ ก็ไม่จำเป็นต้องใส่เนื่องจากปลาค่อนข้างอ่อนไหวต่อสารเคมี  การเปลี่ยนน้ำ ทำได้บ่อย โดยเปลี่ยนครั้งละไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ รักษาระบบกรองให้ดีๆ อย่าให้มีการสะสมของตะกอน หรือการอุดตัน การให้อากาศ ก็ให้เต็มที่ตลอดเวลาครับ
อาหารหลักในธรรมชาติของปลาหนวดพราหมณ์ ก็คือ บรรดากุ้งต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำนั่นเองครับ ถ้านำมาเลี้ยง ก็คงหนีไม่พ้นจะต้องให้ปลากินกุ้งฝอย ซึ่งกินได้ทั้งกุ้งมีชีวิต และกุ้งตาย นอกจากนี้ อาจใหปลากินไรทะเลได้ด้วย การที่ปลายอมกินอาหารในที่กักขัง ถือว่าเลี้ยงสำเร็จครึ่งหนึ่งแล้วครับ ส่วนอาหารเม็ด หรืออาหารสำเร็จรูปใดๆ ปลาชนิดนี้ไม่ค่อยกินเลยครับ  การป่วยของปลาชนิดนี้ ค่อนข้างอันตรายและรักษายากพอสมควรครับ ควรระวังอย่าให้เกิดโรค โรคส่วนใหญ่ก็จะเกิดจากแบคทีเรีย ซึ่งปลาจะแสดงอาการตาขุ่น เปื่อย และช้ำตามตัว รักษาเบื้องต้นด้วยยา ออกซีเตทตร้าซัยคลิน 20 มิลลิกรัมต่อน้ำ 1 ลิตร เปลี่ยนน้ำและยาทุกๆ 3 วันครับ
ปลาหนวดพราหมณ์ ใครที่อ่านบทความฉบับนี้แล้ว คิดอยากจะมีหนวด เพราะความสวยงามก็ไม่ว่ากันครับ  แต่อย่าลืมขออนุญาตคนที่บ้านด้วยก็แล้วกันนะครับ ( อิ อิ อิ ) เดี๋ยวหาว่าไม่เตือน  แต่ที่ไม่ต้องขออนุญาตและอยากให้ทุกคนช่วยกันก็คือ ช่วยกันอนุรักษ์ ช่วยกันส่งเสริมปลาสวยงามของไทย

โดย จำนง  ถีราวุฒิ