อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
สะพานสูบน้ำทะเล
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

ปลาช่อนทะเล เป็นปลาที่นิยมนำมารับประทานชนิดหนึ่ง นำมาทำอาหารได้หลายเมนู  ปลาช่อนทะเลทอด ปลาช่อนทะเลนึ่งมะนาว ปลาช่อนทะเลนึ่ง และต้มยำปลาช่อนทะเล เป็นต้น นอกจากนั้น ปลาช่อนทะเลยังใช้แปรรูปเป็นปลาช่อนทะเลตากแห้งสำหรับยืดอายุการเก็บได้อีก ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงทำให้ปลาช่อนทะเลเป็นสัตว์น้ำที่น่าจับตามองและให้ความสำคัญว่า เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่ง มาทำความรู้จักกับปลาช่อนทะเลกันนะคะ

ปลาช่อนทะเล (Cobia) เป็นปลาทะเลอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความสนใจที่จะพัฒนาการเลี้ยงในหลายประเทศเพราะมีการเจริญเติบโตดีมาก รสชาติดี เป็นที่นิยมของนักตกปลาเพื่อเกมกีฬา และมีฟาร์มเลี้ยงขนาดใหญ่ในประเทศไต้หวันได้พัฒนาการเลี้ยงปลาช่อนทะเลในกระชังเพื่อการค้า

ภาพจาก https://th.pngtree.com

ปลาช่อนทะเล จัดเป็นปลาขนาดใหญ่ เมื่อเติบโตได้ 3 ปี อาจมีความยาวมากกว่า 2 เมตร และมีน้ำหนักได้มากกว่า 65 กิโลกรัม

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Rachycentron canadum
ชื่อสามัญ : Ling, Crabaeater
ชื่อท้องถิ่น : ปลาช่อนทะเล, ปลาไฮโหลย

ลักษณะทั่วไป
          ปลาช่อนทะเลมีลักษณะหัวแบนกว้าง ตามีขนาดเล็ก ลำตัวเพรียวยาว บริเวณหลังมีสีน้ำตาลดำ และมีแถบสีเทา 1-2 แถบ บริเวณด้านข้างลำตัว ส่วนบริเวณใต้คางมีสีเหลืองขุ่น และส่วนท้องมีสีขาวขุ่น มีหางเว้าลึกเข้าตรงกลางคล้ายหางปลาฉลาม ส่วนครีบท้องมีสีน้ำตาล มีครีบหลังบริเวณกึ่งกลางของลำตัว ประกอบด้วยก้านครีบแข็ง 2-3 อัน ซึ่งอยู่แรกของก้านครีบหลังที่ยาวที่สุด ถัดมาเป็นก้านครีบอ่อน มีลักษณะสั้นจำนวนหลายอัน เรียงตัวยาวถึงบริเวณคอคอดของโคนหาง  ส่วนครีบก้นจะอยู่ในระยะที่เยื้องจากครีบหลังมา ประกอบด้วยก้านครีบแข็งที่มีขนาดยาว และก้านครีบอ่อนที่มีขนาดสั้นเรียงตัวตามแนวยาวถึงบริเวณคอคอดของโคนหาง

การแพร่กระจาย
          ปลาช่อนทะลมีการเคลื่อนย้ายถิ่น (migration) อยู่ในทะเลเขตร้อนบริเวณชายฝั่งมหาสุมทร
แปซิฟิกและมหาสุมทรแอตแลนติก อ่าวเม็กซิโก ถึงมาสซาซูเซ็ส ในอ่าวเช็คสเปีย ปลาช่อนทะเลผสมพันธุ์และวางไข่ในเดือนพฤษภาคม – ตุลาคม

ตามธรรมชาติปลาช่อนทะเลเป็นปลากินเนื้อ อาหารเป็นสัตว์จำพวก ปลา หมึก และสัตว์ในกลุ่ม Crustaceans ในบริเวณอ่าวนี้ปลาช่อนทะเลเพศผู้อาจมีขนาดมากกว่า 45 กิโลกรัม และเพศเมียมีขนาดประมาณ 15 กิโลกรัม ไข่ของปลาช่อนทะเลซึ่งเป็นไข่ลอยจะฟักออกเป็นตัวประมาณ 24 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิ 26 องศาเซลเซียส ความเค็ม 28 พีพีที อัตราการผสมพันธุ์ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ลูกปลาที่ฟักออกเป็นตัวใหม่ๆ มีขนาดความยาว 3.52 ม.ม. ถุงไข่แดงจะยุบภายในระยะเวลา 3 วัน

การเลี้ยงปลาช่อนทะเล

          การเลี้ยงปลาช่อนทะเลนั้นไม่ยากอย่างที่คิด ปลากินอาหารเยอะก็จริงแต่เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราการเจริญเติบโต ถือว่าคุ้มค่ากับการลงทุน โตเร็วและทนทานต่อโรค ซึ่งชื่อเรื่องบอกไว้ชัดเจนค่ะว่า เลี้ยงหลังโตก่อน ปลาช่อนทะเล โตเร็วมาก เมื่อเปรียบเทียบอัตราการเจริญเติบโตกับปลาชนิดอื่นๆ

การอนุบาล
          เมื่อลูกปลามีขนาด 4.40 ม.ม. ก็จะเริ่มให้โรติเฟอร์ขนาดเล็ก (ss – rotifer) เสริมกรดไขมัน (AquagrowTM) ในอัตรา 5 – 10 ตัว/มล. วันละ 2 ครั้ง จนอายุ 11 วัน, โคพีพอด 1 – 2 ตัว/มล. จนถึงลูกปลาอายุ 14 วัน และเริ่มให้อาร์ทีเมียในวันที่ 8 ความหนาแน่น 0.5 – 2 ตัว/มล. วันละ 2 ครั้ง โดยมีการเสริมกรดไขมัน เมื่อลูกปลาอายุ 20 และ 30 วัน หลังจากที่ฟักออกเป็นตัวจะมีขนาดความยาว 21.3 และ 36.2 มม.ตามลำดับ ก็สามารถนำปล่อยเลี้ยงในกระชังได้

การปล่อยเลี้ยงปลาช่อนทะเล
          การเลี้ยงปลาช่อนทะเลจะใช้วิธีการเลี้ยงในกระชัง อาหารที่ให้จะใช้ปลาขนาดเล็ก ร่วมกับอาหารสำเร็จรูปประเภทอาหารปลากินเนื้อ เมื่อลูกปลาอายุได้ 35 วันจะเริ่มให้อาหารกุ้งเคยแช่แข็ง หลังจากนั้นจะเริ่มให้อาหารสำเร็จรูป ภายในระยะเวลา 9 เดือน ปลาช่อนทะเลจะมีน้ำหนักประมาณ 1.7 กิโลกรัม และสามารถเจริญเติบโตได้ 3.72 กิโลกรัม ภายในระยะเวลา 1 ปี ชึ่งเป็นขนาดที่ส่งเข้าสู่อุตสาหกรรมอาหารทะเลหรือผู้บริโภค เมื่อเลี้ยงได้อายุ 1 ปี จะได้ปลาช่อนทะเลขนาดประมาณ 5-7 กิโลกรัม

          เรื่องของคุณภาพน้ำในการเลี้ยงปลาช่อนทะเลก็สำคัญ ควรตรวจวัดคุณภาพน้ำ เช่น อุณหภูมิ ออกซิเจนและสายน้ำที่กระชังเลี้ยงปลา ควรจะวัดทุกวัน ส่วนคุณภาพอื่นๆ เช่น ความเค็ม ไนไตร์ท ไนเตรท แอมโมเนีย ตรวจวัดเดือนละครั้ง และเมื่อครบ 1 เดือน ก็จะเปลี่ยนกระชังเก่านั้นขึ้นมาทำความสะอาด หากอวนฉีกขาดก็จะซ่อมแซมกระชังใหม่ที่นำลงเลี้ยงปลา

          ในการเลี้ยงปลาช่อนทะเล หากต้องการเลี้ยงให้ได้ผลผลิตสูง จะต้องป้องกันและรักษาไม่ให้ปลาที่เลี้ยงเป็นโรค และควรตรวจสุขภาพปลาทุกสัปดาห์ในระยะ 3 เดือนแรก จากนั้นลดลงเหลือเดือนละครั้ง เพื่อตรวจหาพยาธิภายนอกและแบคทีเรีย ส่วนมากที่เจอ คือ เห็บระฆัง ปลิงใส มักเกิดในช่วงหลังฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน เมื่อปลาเป็นโรค ควรรักษาโดยการใช้กระชังผ้าใบกางรอบกระชังปลา ให้ระบบลมในกระชังและใช้ยาในกลุ่มยาฆ่าแมลง(ดิพเทอร์เร็กซ์) ปริมาณ 0.2 – 0.5 ppm โดยการแช่ 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นดึงผ้าใบที่รักษาโรคปลาออก

          ปลาช่อนทะเลเมื่อเลี้ยงได้ 10 เดือน มีขนาด 4-6 กิโลกรัม สามารถจับจำหน่ายได้ โดยใช้อวนจับปลาต้อนปลาให้มาอยู่รวมกันแล้วใช้สวิงจับปลาขึ้นมาตัดเหงือก เพื่อให้เลือดออก นำปลาใส่ถังเพื่อรวบรวมเลือดไม่ให้ไหลลงสู่ทะเล เมื่อเลือดออกหมดตัว จึงนำปลามาชั่งน้ำหนักแล้วผ่าท้องเอาอวัยวะภายในออกทำความสะอาดแล้วนำไปแช่น้ำแข็ง เพื่อลำเลียงไปยังห้องเย็น และนำส่งโรงงานแปรรูป เมื่อถึงโรงงาน ปลาจะถูกแร่เนื้อหรือตัดเป็นชิ้นมีหนังติดหรือแร่เอาหนังออกเพื่อส่งไปจำหน่ายต่อไป

          การเลี้ยงปลาช่อนทะเลนับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเกษตรกรที่ต้องต่อสู้ฟันฝ่ามรสุมเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพราะการเลี้ยงปลาช่อนทะเลเป็นหนึ่งในสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่น่าสนใจ ถ้าหากท่านใดคิดที่อยากจะเลี้ยงจริงๆ ไม่ต้องลงทุนมหาศาล ทั้งนี้ สิ่งที่จะช่วยให้เกษตรกรสามารถเอาตัวรอดได้ในยุคปัจจุบันนี้ คือ ควรดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 มาใช้ จะช่วยให้เราพออยู่พอกินไปอีกนานแสนนานคะ

เรียบเรีองโดย...ฉวีวรรณ  หนูนุ่น

เอกสารอ้างอิง

สร้างเงินสร้างงาน. 2552. แนะเลี้ยงปลาช่อนทะเลไม่ยากอย่างที่คิด . ปีที่ 6 ฉบับที่ 064. สำนักวิจัยและประมงชายฝั่ง กรมประมง . หน้า 95-97

https://th.wikipedia.org

http://www.coastalaqua.com/files/cobia.doc.