ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

ป้องกันอย่างไรไม่ให้ปลาป่วย โดยบุญยา คงคาลิหมีนการที่เราจะเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดใดก็แล้วแต่ เป้าหมายของแต่ละคนก็จะแตกต่างกันออกไปไม่ว่าจะเป็นเพื่อความเพลิดเพลิน เพื่อความพักผ่อน เป็นเพื่อนยามเหงา หรือแม้แต่เลี้ยงในเชิงพาณิชย์ ดังนั้นเมื่อเราเริ่มเลี้ยงแล้ว จุดหลักเลยก็คือต้องให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้และอีกอย่างที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ห้ามสัตว์น้ำที่เราเลี้ยงนั้นป่วย

เพราะนั้นจะหมายถึงความเครียดกำลังมาเยือนเราแล้ว ดังนั้นเราก็ต้องเอาใจใส่ให้มากขึ้นมั่นสังเกตสัตว์น้ำที่เราเลี้ยงทุกวันเพื่อป้องกันไว้ก่อนเพื่อจะได้แก้ปัญหาได้ทันท่วงทีหากสัตว์น้ำของเราเริ่มป่วย

ป้องกันอย่างไรไม่ให้ปลาป่วย โดยบุญยา คงคาลิหมีน

บทความฉบับนี้จะกล่าวถึงการสังเกตลูกปลากะพงขาวที่อายุไม่เกิน 1เดือนซึ่งถ้าสังเกตก็ค่อนข้างจะยากนิดหนึ่ง ฉะนั้นจุดสำคัญเลยก็คือการป้องกันอย่าให้เกิดโรคเพราะถ้าเกิดขึ้นมาแล้วส่วนมากจะร่วงเกือบทั้งบ่อ และการป้องกันลูกปลากะพงขาวอายุไม่เกิน 1 เดือน พอจะสรุปได้ดังนี้

1.การเตรียมน้ำ ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญเลยก็ว่าได้ ดังนั้นเราต้องเตรียมน้ำให้พร้อมที่สุดด้วยการฆ่าเชื้อด้วยคลอรีนให้เรียบร้อยก่อนจะนำมาใช้ และก่อนใช้ทุกครั้งต้องตรวจสอบให้ดีก่อนว่าคลอรีนหมดหรือยัง

2.pHก่อนที่เรานำมาใช่ในการเปลี่ยนถ่ายน้ำในบ่ออนุบาลลูกปลาทุกครั้งต้องตรวจเช็คให้ละเอียดก่อนว่า pH เราได้เท่าไหร่ และ pH ที่เราใช้อยู่จะไม่ต่ำกว่า 7.7 แต่นั่นก็ต้องดูในบ่อก่อนว่า pH เท่าไหร่ ต้องพยายามให้ได้ใกล้เคียงที่สุดเพราะลูกปลาจะได้ไม่เครียด

3.อุณหภูมิ นับว่าเป็นหนึ่งปัจจัยที่ขาดไม่ได้เลย ในบ่อที่อนุบาลลูกปลาอุณหภูมิต้องได้อย่างน้อยก็ 28 – 29 ˚C ขึ้นไปนั้นแหล่ะ ถ้าอนุบาลปลาที่อุณหภูมิต่ำกว่านี้หลาย ๆ วันละก้อ ความเครียดอาจจะมาเยือนเราก็ได้

4.อัลคาไลด์ ถ้าจะให้เหมาะกับภาคปฏิบัติจริง ๆ ละก้อต้องได้อย่างน้อย 120 ขึ้น หากว่าอัลคาไลด์ ยังไม่ถึงก็ต้องเติมปูนปรับอัลคาไลด์ให้ได้ก่อนนำน้ำมาใช้ในบ่ออนุบาลลูกปลา

การเปลี่ยนถ่ายน้ำก็เช่นเดียวกันในระหว่างการเลี้ยงลูกปลาของเรานั้นต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำอย่างน้อยก็ต้องวันเว้นวันเพื่อความสะอาดของน้ำที่เราเลี้ยงลูกปลาและอีกอย่างหนึ่งอุปกรณ์ของเราที่ใช้ต้องมีความสะอาดพอทั้งถุงกรองสายลม หัวทรายซึ่งก่อนที่เราจะนำมาใช้ต้องฆ่าเชื้อด้วยฟอร์มาลีนก่อนทุกครั้ง

และอีกอย่างหนึ่งในระหว่างการอนุบาลลูกปลานั้นเราก็ต้องหมั่นตักลูกปลาทุกวันเพื่อสังเกตการกินอาหารของลูกปลาถ้าหากมีตัวหนึ่งที่กินอาหารไม่อิ่มหรือท้องยังแฟ๊บอยู่ละก้อต้องรีบปรับอาหารเป็นการด่วนเลยเพราะนั้นหมายถึงตัวแทนลูกปลาอีกหลายตัวในบ่อ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ไม่ได้การันตีว่าลูกปลาของเราจะไม่ป่วย เพียงแต่เป็นการลดปัจจัยการเลี่ยงซึ่งยังมีอีกหลายปัจจัยที่เรายังต้องสังเกต ศึกษา และทดลองกันต่อไป

นี่ก้อเป็นแค่บางส่วนเท่านั้นในการป้องกันไม่ให้ปลาป่วยรายละเอียดในภาคปฏิบัติยังมีอีกเยอะมากทั้งเรื่องความสะอาดของอุปกรณ์ที่ใช้ทั้งความเอาใจใส่ดูแลต่าง ๆ ดังนั้นหากเราต้องการจะอนุบาลลูกปลากกะพงขาวของเราให้มีโอกาสรอดเปอร์เซ็นต์สูง ๆ ละก้อ ต้องปรับการดูแลเอาใจใส่ในแต่ละวันไปเรื่อย ๆ จนลูกปลาโตถึงจำหน่ายเลยน่ะ....แล้วคุณจะไม่ผิดหวัง