โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

ปลาตะเพียนขาว โดย ขวัญเรือน สุวรรณรัตน์ปลาตะเพียนขาวเป็นปลาพื้นเมืองและเป็นปลาที่คนไทยทั่วทุกภาค ของประเทศรู้จักปลา ตะเพียนขาวมีชื่อสามัญหรือภาษาอังกฤษว่า Jawa หรือ carp มีชื่อทางวิทยา ศาสตร์ว่า Puntius gonionotus (Bleeker) เป็นปลาที่สามารถ นำมาเลี้ยงและ เพาะขยายพันธุ์ได้ง่ายจึงเป็นปลาพื้นเมืองที่ได้รับการคัดเลือกให้

ส่งเสริมในการเพาะเลี้ยงชนิดหนึ่ง ในด้านโภชนาการนั้นเป็นปลาที่ได้รับ ความนิยมอย่างกว้างขวางในหมู่คนไทยทั้งในเมืองและชนบท กรมประมงได้ทำการปล่อยปลาตะเพียนขาวลงสู่ทะเลสาบอย่างต่อเนื่องในช่วงระหว่างปี พ.ศ.2546-2557 แม้ว่าจะได้หยุดการปล่อยไปบ้างในปีพ.ศ.2547 พบว่าผลผลิตปลาตะเพียนขาวได้เพิ่มอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2549 จนถึงปัจจุบัน ชี้ให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวของปลาตะเพียนขาวในสภาพแวดล้อมของทะเลสาบ จนสามารถแพร่ขยายพันธุ์และเพิ่มจำนวนได้อย่างดีและจำหน่ายอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน

ตารางแสดง ปริมาณการปล่อยปลาตะเพียนขาวในทะเลสาบสงขลา  และปริมาณปลาตะเพียนขาว   จากท่าขึ้นสัตว์น้ำรอบทะเลสาบจำนวน  50  ท่า ระหว่างปี พ.ศ. 2546-2557



แหล่งกำเนิดและการแพร่กระจาย

ปลาตะเพียนขาวเป็นปลาที่มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่แถบแหลมอินโดจีนชวาไทย สุมาตราอินเดียปากีสถานและยังมีชุกชุมในถิ่นดังกล่าว สำหรับประเทศไทยเรานั้นมีอยู่ทั่วไปในแหล่งน้ำธรรมชาติ อันได้แก่ แม่น้ำ ห้วย หนอง คลอง บึงต่าง ๆ ทั่วทุกภาคของประเทศ

อุปนิสัยและคุณสมบัติบางประการ

ปลาตะเพียนขาวเป็นปลาที่หลบซ่อนอยู่ตามแม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง ที่มีกระแสน้ำไหลอ่อนๆ หรือน้ำนิ่ง เป็นปลาที่ทนต่อสิ่งเปลี่ยนแปลงและ สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี ทั้งยังเจริญเติบโตในน้ำกร่อย นิสัยการกินอาการ กล่าวกันว่าปลาตะเพียนขาวสามารถกินอาหารได้หลายชนิด แต่โดยธรรมชาติแล้วปลาตะเพียนขาวขนาดเล็กไม่เกิน 3 นิ้ว จะกินพวกแพลงก์ตอนพืช และแพลงก์ตอนสัตว์ เมื่อมีขนาดใหญ่ขึ้นจึงเปลี่ยนมากินอาหารเป็นพวกพืชน้ำชั้นสูงขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นการเลี้ยงปลาตะเพียนขาวเพื่อให้ได้ผลผลิตสูงควรมีทั้งการสร้างอาหาร ธรรมชาติในบ่อเลี้ยงในระยะเริ่มต้น เพื่อลดอัตราการตายเนื่องจากการเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารของปลาพร้อมทั้ง การให้อาหาร สมทบที่มีโปรตีนในอาหารที่เหมาะสม ส่วนการแยกเพศ ลักษณะภายนอกของปลาตัวผู้คล้ายคลึงกันมากแต่เมื่อใกล้ผสมพันธุ์ จะสังเกตได้ง่ายขึ้นคือ ตัวเมียจะมีท้องอูมเป่งพื้นท้องนิ่มและรูก้นกว้างกว่าปกติ ส่วนตัวผู้ท้องจะแบนพื้นท้องแข็ง ถ้าเอามือลองรีดเบาๆ ที่ท้องจะมีน้ำสีขาวขุ่น คล้ายน้ำนมไหลออกมา หากเอามือลูบตามแก้มจะรู้สึกสากมือ

ผู้เขียนก็ขอฝากเมนูที่ทำจากปลาตะเพียนและเป็นที่นิยมกันทุกภาคคือ การทำปลาส้ม         “ ปลาส้ม ” นับว่าเป็นตำรับที่มีชื่อมากของปลาชนิดนี้ คัดสรร ปลาตะเพียนตัวโตผ่านกระบวนการตัดแต่งที่สะอาดผ่านกระบวนการหมักจนได้ระยะการหมักที่เหมาะสมทำให้ได้ปลาส้มปลาตะเพียน จุดเด่นคือมีรสชาติเปรี้ยว,เค็ม,กลมกล่อม,อีกทั้งหอมกลิ่นกระเทียมเนื้อปลานุ่มน่ารับประทาน ปลาส้มปลาตะเพียนคัดเลือกเนื้อปลาตะเพียนธรรมชาติที่มีคุณภาพสังเกตได้จากเนื้อปลาที่มีสีสันแดงสดใหม่มีความหอมของข้าวคั่วที่เข้ากันได้ดี มีรสชาติที่หอมหวานชวนน่าลองชิม ผู้เขียนเคยคิดว่าปลาส้มคือปลาที่ไม่สดแล้วนำมาหมักทำเป็นปลาส้มแทนที่จะทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ และคิดอีกแง่มุมหนึ่งคือปลาที่ไม่สดแล้วหมักทิ้งไว้มันก็มีรสชาติคล้ายปลาเน่าๆ แต่ที่จริงแล้วปลาส้มเราต้องทำจากปลาที่สดรสชาติถึงจะอร่อยเหมือนปลาตะเพียนส้มนี่เอง

เมื่อไม่นานนี้เองผู้เขียนได้มีโอกาสสอบถามชาวประมงเรื่องปลาตะเพียนขาวในทะเลสาบสงขลาชาวประมงก็มีความเห็นด้วยกับการปล่อยปลาตะเพียนขาวของกรมประมงถึงแม้ว่ามันจะมีราคาถูกแต่ก็ยังขายให้กับแม่ค้าค

นกลางได้เหมือนกับปลาอื่นๆ ส่วนเรื่องราคาก็ต่างกับปลาชนิดอื่น โลละไม่กี่บาทแต่ถ้ามีเวลาชาวประมงบางคนก็จะขายเองตามท้องตลาดราคาก็จะดีกว่าส่งแม่ค้า และได้ถามถึงการแปรรูปปลาตะเพียน ส่วนใหญ่ชาวประมงไม่มีการแปรรูปปลาตะเพียนแต่บอกมาว่าปลาตะเพียนเมื่อแปรรูปแล้ว เช่น ร้านขายแกง   การทำปลาส้มอย่างที่ผู้เขียนได้กล่าวถึงข้างต้น ราคาค่อนข้างสูง  ผู้เขียนเองก็เห็นด้วยเพราะเคยซื้อตามท้องตลาด ราคาปลาส้ม 1 ตัว ตัวละประมาณ 2-3 ขีด  30-40 บาทรสชาติแสนอร่อยสมกับเป็นปลาจากทะเลสาบสงขลาเลยแหละ

เอกสารอ้างอิง

คมน์  ศิลปาจารย์  ยงยุทธ  ปรีดาลัมพะบุตร  ภรัณญู  ถมพลกรัง และ อรัญญา  อัศวอารีย์.2553.

ฟาร์มทะเลโดยชุมชน สู่แพปลาชุมชน และธนาคารกุ้งก้ามกราม....นวัตกรรมเพื่อการฟี้นฟูทรัพยากรประมงในทะเลสาบสงขลา.เอกสารวิชาการฉบับที่....สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กรมประมง 17 หน้า