ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

บทคัดย่อ

ปลากะพงขาวต้องการวิตามินบี6 จากอาหารเพื่อการเจริญเติบโต การอยู่รอดและสุขภาพที่ดี ระดับวิตามินบี6 ต่ำสุด ในอาหารที่ทำให้ปลากะพงกินอาหารได้มากและเจริญเติบโตได้ดี ประสิทธิภาพสูง และอัตราการตายต่ำ คือ 5 มก./กก. อาหารแห้ง จากการขาด วิตามินบี 6 ในอาหารทำให้ปลากินอาหารน้อยลงและไม่โต สาเหตุการ ตายอาจเนื่องมาจาก พฤติกรรมปลา กะพงขาวในเรื่องการแข่งขันตามธรรมชาติ ทำให้ปลาบางตัวได้รับอาหาร เพียงเล็กน้อยและผอมลง เรื่อยๆจน ขาดอาหารตายลงในที่สุด อาการของปลาที่ขาดวิตามินบี 6 คือ ตัวดำ แยกตัว ออกจากกลุ่มบางตัวลอยอยู่ ผิว น้ำ บางครั้งว่ายขึ้นลงสู่ผิวน้ำอย่างรวดเร็ว และไร้ทิศทาง บางตัวว่ายน้ำแบบ ควงสว่าน ตกใจง่าย ว่ายน้ำหนี รวดเร็ว อาจเนื่องมาจากการสูญเสียการควบคุมตัวเอง เกิดบาดแผลที่ ริมฝีปาก และปลาที่ขาดวิตามินบี 6 อย่างรุนแรง จะตายในที่สุด และก่อนตายกล้ามเนื้อจะเกร็งจนงอ ปริมาณ ความต้องการวิตามินบี 6 ของปลา กะพง ขาววัยรุ่น ประมาณ 5 มก./กก.อาหารแห้ง อย่างไรก็ตามที่ระดับที่เหมาะสม ที่สุดอาจจะน้อยกว่า 5 มก./กก. อาหารแห้ง จึงควรทำ การศึกษาต่อไป

บทคัดย่อ

ปลาที่เลี้ยงด้วยอาหารสูตรที่ 1 ไม่ใส่ถั่วเหลืองมีอัตราการเจริญเติบโตดีกว่าสูตรอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ ยกเว้น สูตรอาหารที่ 2 ที่ใส่ถั่วเหลืองสกัดน้ำมัน ประสิทธิภาพอาหารและประสิทธิภาพ โปรตีน และอัตรารอดของ ปลาที่เลี้ยง ด้วยสูตรอาหาร 1,2,3และ 4 ไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05) แต่ต่างกับสูตร 5 อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ (P<0.05) โดยปลาที่เลี้ยงด้วยอาหารสูตรที่ 5 ใส่ถั่วเหลือง แช่น้ำ ไม่เพียงแต่มีอัตราการเจริญเติบโต ประสิทธิภาพอาหาร ประสิทธิภาพ โปรตีน และอัตรารอดต่ำ ยังมีความผิดปกติของเซลล์ตับอ่อน และลำไส้ ประสิทธิภาพ การย่อยโปรตีน ในสูตร อาหารที่1,2,3,4,และ5 มีค่า 92.77, 94.24,92.26, 94.40 และ73.70% ตามลำดับ แสดงว่าการเจริญเติบโตที่ด้อยกว่าของ ปลาที่เลี้ยง ด้วยถั่วเหลืองเอกซ์ทรูด และถั่วเหลืองนึ่งมิได้เนื่องจาก ประสิทธิภาพในการย่อยโปรตีน ในอาหาร แต่น่าจะเกิดจากการกินอาหารที่น้อยกว่าใน 2 สัปดาห์แรกโปรตีนในถั่วเหลืองที่ทดสอบ มีประสิทธิภาพการย่อย ได้สูง (90.4-93.4%)ยกเว้นถั่วเหลืองแช่น้ำ(21.4%)จากผลการ ทดลองแสดงว่า ประมาณ37.5% ของโปรตีนจากปลาป่น หรือ 15%ปลาป่น ในอาหารสามารถถูกแทนที่ ได้ด้วย โปรตีน จากถั่วเหลืองสกัดน้ำมัน ถั่วเหลืองเอกซ์ทรูด หรือ ถั่วเหลืองนึ่งอย่างไรก็ตามถั่วเหลืองนึ่งหรือถั่วเหลือง เอกซ์ทรูด ควรใช้เป็นส่วนผสมของอาหารปลากะพงขาวที่มีขนาดโตขึ้นเล็กน้อยคือ 3.5 กรัม ขึ้นไป ส่วนถั่วเหลืองแช่น้ำ เป็นแหล่งโปรตีนที่ไม่เหมาะจะนำมาใช้เป็นส่วน ผสมอาหารปลากะพงขาว เนื่องจากมีคุณค่าทาง อาหารต่ำ และยังมีสารทริบซินอินฮิบิเตอร์ ที่ทำให้ตับอ่อนและลำไส้ส่วนต้นผิดปกติ

บทคัดย่อ

This experiment was carried out to find the correct amount of rotifer for feeding 2-9day old seabass larvae.The experiment was arranged twice ; The frist time there were 2 treatments (20 larvae per litre and 40 larvae per litre)and 3 replications ,and the second time only one treatment (40 larvae per litre) and 4 replications.

บทคัดย่อ

ปล่อยลูกปลากะพงขาว อายุ 4 วัน จำนวน 100,000 ตัว ลงในบ่อดินขนาด 0.5 ไร่ ลึก 40 ซม. เพื่อทำการอนุบาล 27 วัน และ 5 วันก่อนปล่อยปลา ใส่มูลไก่ 200 กก./ไร่ ปุ๋ยเคมีสูตร NPK 16-20-0 จำนวน 40 กก./ไร่ จับลูกปลากะพงขาว ได้ทั้งหมด 4,657 ตัว คิดเป็นอัตรารอด 4.66% นำมาคัดขนาดโดยใช้ถังเจาะรู 14/64 นิ้ว ได้ปลา 4 ขนาดคือ 1, 1.7-2.4, 2.5-2.9, 3.0-3.5 และ 3.5 ซม. ขึ้นไป คิดเป็น 23.06, 57.44, 18.36 และ 1.14% ตามลำดับ โดยมีค่าใช้จ่ายตลอดการเลี้ยงเท่ากับ 6,000 บาท คิดเป็นรายได้ 9,711.50 บาท หักลบรายจ่าย มีรายได้ 3,702.50 บาท จากพื้นที่บ่อ 0.5 ไร่ ในเวลา 1 เดือน

บทคัดย่อ

Seabass larve Lates calcarifer (Bloch) in nursing net cages which is size was 1x2x0.9 m. (were conducted). Three initial stocking densities (2000, 1000 and 500 fish/cage) were studied grading and setting in three sets of nursing net cage were done every week. Results of the present study indicate that fish at the initial stocking density of 2000 fish cage obtained higher production than fish at the initial stocking density of 1000 and 500 fish cage while survival rate and growth were the some as in all stocking densities.

ชื่อเรื่อง :           การอนุบาลลูกปลากะพงขาวในกระชัง จากขนาดความยาว 1.5 ซม. จนถึงขนาดความยาว 5 ซม. (2 นิ้ว) ในอัตราความหนาแน่นต่าง ๆ กัน
ชื่อภาษาอังกฤษ : Nursing Seabass larvae in net cages from 1.5 cm. to 5 cm. with different initial stocking density
ชื่อผู้วิจัย :         สุพจน์ จึงแย้มปิ่น
ผู้ร่วมวิจัย :       บุญส่ง สิริกุล, ไชยยุทธ์ จันทนชูกลิ่น, สุชาติ เตชนราวงศ์, วิชัย วัฒนกุล
ปีที่พิมพ์ :         รายงานผลงานทางวิชาการปี 2526

บทคัดย่อ

จากลูกปลาขนาด 2 นิ้ว เลี้ยงจนได้ ขนาด 4 นิ้ว ใช้เวลา 11-12 สัปดาห์ FCR ไม่แตกต่างกันคือ อยู่ระหว่าง 5.375-6.855 อัตราการรอดตายในสัปดาห์ที่ 12 ในระดับความหนาแน่น 100, 200 และ 300 ตัว/ตรม. มีอัตรารอด 82.5, 70.6 และ 57.42% ตามลำดับ เนื่องจากเกิดโรคคอลัมนารีสในสัปดาห์ที่ 8 ของการทดลอง ทำให้ปลาที่เลี้ยงในอัตราความแน่นสูงติดโรคระบาดในกระชังอย่างรวดเร็ว และอัตราการตายสูงกว่าปลาที่เลี้ยงในอัตราความหนาแน่นต่ำ อัตราการตายของปลาทั้ง 3 ความหนาแน่น ก่อนมีการระบาดของโรค มีอัตรารอดใกล้เคียงกัน แต่หลังเกิดโรคระบาด ปลาที่เลี้ยงด้วยอัตราความหนาแน่นสูง มีอัตราการตายสูง

บทคัดย่อ

The experiment was conducted in 500 litters fier glass tanks, stocking density for each treatment was 50,000, 80,000, 110,000 and 140,000 larvae per ton respectively. Each stocking rate was replicated three times. The larvae were fed sufficiently rotifer through out the trial. Water in the rearing tanks was checked and changed 50-100 percent everyday. Growth rate was studies every 3 day until the larvae were 12 days old the trial was terminated. Results indicated that the averaged survival rate of the larvae in each treatment was 85.93, 72.15, 60.61 and 68.25 percent and the averaged growth was 5.16, 4.51, 4.27 and 4.19 millimeter respectively.

บทคัดย่อ

Sea bass larvae aged 13 days old (approximately 5 mm.) were reared in 500 litter capacities at the density of 10,000 20,000 and 30,000 fish/ton respectively until 30 days old. In each treatment stocking seabass larvae were shown on table 1. Everyday newly hatched brine shrimp nautili were given to the fish. The water in rearing tanks was the results of the experiment 1. The average survival rate and production of the seabass fry at each density were. Average survival rate 77.66, 84.66 and 90.04 percent - average production 3,883 8,766 and 13,506 fry respectively 2.

บทคัดย่อ

Sea bass fry 1 cm. in total length, were stocked in 500 letter fiber glass tanks at density as follows; 2000, 3000 and 4000 fish/ton. Each stocking rate was replicated three times. Minced fish was gradually given to the fry four times a day and remain food was taken out in the next morning. Approximately 80 percent of water in the nursing tanks was changed every day. Size grading for 2.5 cm. fry was done every 5-8 days during the experiment. Results indicated that survival percentage were 96.97, 86.13 and 86.81 respectively. The period for growing from 1 cm. to 2 cm. at the density of 2000/ton was shorter than the others.

บทคัดย่อ

ปลากะพงขาวสามารถเจริญเติบโตได้ดีจากการเลี้ยงด้วยปลาเป็ด ซึ่งเป็นอาหารประเภทเนื้อปลาที่ตายแล้ว FCR มีค่าเฉลี่ย 1:11.68 ซึ่งเป็นอัตราส่วนค่อนข้างสูง เนื่องจากได้กำหนดน้ำหนักอาหารเป็น 15% ของน้ำหนักปลาในบ่อ ซึ่งอาจเกิดความคลาดเคลื่อน เนื่องจากกินอาหารน้อยหรือไม่กิน และจากสภาพแวดล้อมที่ผันแปร ปลาขนาดเล็กต้องการปริมาณอาหารน้อย แต่เจริญเติบโตได้มากกว่าปลาขนาดใหญ่ อัตรารอดจากการเลี้ยง 77.10% ซึ่งอยู่ในอัตราสูงพอสมควร ไม่พบการกัดกินกันเองหรือทำร้ายกันเอง การตายระหว่างการทดลองเกิดจากการพังทะลายของคันดิน และจากน้ำหนักเริ่มต้น 12.8 กก. ได้ผลผลิตรวม 68.6 กก. เมื่อสิ้นสุดการทดลองคิดเป็นน้ำหนักเพิ่มจากเดิม 55.8 กก. คิดเป็นผลผลิต/ไร่ มีค่าเฉลี่ย 445.13 กก.