สำนักพระราชวังประกาศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
สำนักพระราชวังประกาศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ทรงเสด็จเปิดสถาบันเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งแห่งชาติ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

บทคัดย่อ

ทดสอบหาปริมาณไขมันที่ต่ำสุดในอาหารปลาดุกลูกผสมชนิดเม็ดลอยน้ำ โดยใช้อาหารทดสอบที่มีโปรตีน 32% และมีไขมันที่แตกต่างกัน 7 ระดับ คือ 2, 3, 4, 5, 6, 7 และ8% ระดับละ 3 ซ้ำ ทดสอบการเจริญเติบโตใช้ปลาดุกน้ำหนักเฉลี่ยตัวละ 11.36 กรัม ปล่อยปลาดุกลูกผสมทดลองตู้ละ 25 ตัว เลี้ยงในตู้กระจกขนาด 28x58x32 ลบ.ซม.

บทคัดย่อ

เปรียบเทียบการวิเคราะห์ไขมันในวัตถุดิบหลักของอาหารสัตว์ลอยน้ำจำนวน 14 ชนิด โดยวิธีether extraction และวิธี acid hydrolysis พบว่าการวิเคราะห์ไขมันในวัตถุดิบชนิดเดียวกันให้ผลการวิเคราะห์ที่แตกต่างกันแยกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่คือ กลุ่มที่1 เป็นกลุ่มวัตถุดิบที่การวิเคราะห์หาปริมาณไขมันโดยวิธี acid hydrolysis ให้ผลการวิเคราะห์สูงกว่าโดยวิธี ether extraction 1.44 - 2.52 เท่า ได้แก่ รำสกัด เนื้อป่น รำข้าวสาลี และกากถั่วเหลือง

บทคัดย่อ

โครงการวิจัยด้านพันธุศาสตร์เพื่อปรับปรุงให้กุ้งก้ามกรามมีอัตราการเจริญเติบโตที่ดีขึ้นได้ดำเนินการ ระหว่าง ตุลาคม 2541 ถึง ตุลาคม 2543 ณ สถาบันวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ จังหวัดปทุมธานี ภายใต้แผนการคัดเลือกแบบภายในครอบครัว จากประชากรพื้นฐานกุ้งก้ามกรามที่เพาะเลี้ยงได้มีการสร้างประชากรกลุ่มใหม่เป็น 2 กลุ่มได้แก่ “กลุ่มคัดเลือก” คือกลุ่มที่คัดเลือกกุ้งขนาดโตที่สุดภายในครอบครัวเป็นพ่อแม่พันธุ์ และ”กลุ่มไม่คัดเลือกหรือกลุ่มควบคุม”

บทคัดย่อ

การศึกษาความแตกต่างทางพันธุกรรมระหว่างปลากดเหลือง 2 ชนิด (Hemibagrus nemurus และ H. filamentus) ดำเนินการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระบุความแตกต่างระหว่างปลากดเหลือง 2 ชนิดนั้น โดยใช้ข้อมูลพันธุกรรมที่ได้จากการวิเคราะห์ตัวอย่างปลาแต่ละชนิดด้วยเทคนิคอัลโลไซม์อิเล็กโตรโฟเรซิสในห้องปฏิบัติการจากการตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลพันธุกรรมที่จำนวน 24 อัลโลไซม์โลไซภายใต้เทคนิคดังกล่าว ได้ผลที่แสดงความแปรปรวนทางพันธุกรรมในประชากรปลา 2 ชนิด (จำนวนอัลลีลเฉลี่ยต่อโลกัส 1.3-1.5, P0.95 = 0.250-0.333, Ho = 0.049-0.050, He = 0.072-0.075) ในระดับที่ใกล้เคียงกับที่เคยศึกษามาก่อนแล้วในปลากดเหลืองชนิด H. nemurus และยังพบอีกว่าที่โลกัส GPI-2*

บทคัดย่อ

เพาะเลี้ยงปลาหมึกหูช้างเพื่อศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมสำหรับการเพาะเลี้ยงเป็นสัตว์น้ำสวยงาม โดยเริ่มจากการรวบรวมพ่อแม่พันธุ์จากบริเวณปากน้ำประแสร์ จ.ระยอง มาให้ผสมพันธุ์และวางไข่ในบ่อทดลอง ไข่ปลาหมึกหูช้างเป็นแบบไข่เดี่ยว ใช้เวลาในการฟัก 14.0+-1.8 วันที่ 28 ซ. ลูกปลาหมึกแรกเกิดมีความยาวลำตัวเฉลี่ย 2.20+-0.04 ซม. น้ำหนัก 0.0041+-0.0006 กรัม แรกฟักให้ลูกกุ้งทะเล(Penaeus merguiensis, P. monodon)มีชีวิตระยะ mysis เป็นอาหารจนถึง 10 วัน และลูกกุ้งระยะ postlarva พร้อมกับเคยตาดำ(Mesopodopsis orientalis)จนถึงอายุ 40 วัน เมื่ออายุ 30 วันเริ่มให้กุ้งกระต่อม(Palaemon styliferus) และเคยตาแดง(Acetes spp.) ตลอดจนหัดให้กินเนื้อปลาหั่นเป็นชิ้น และเริ่มให้ปลาบู่แคระ(Stigmatogobius romeri)มีชีวิตเมื่ออายุ 50 วัน

บทคัดย่อ

ลูกหอยเป๋าฮื้อจากศูนย์พัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำมาอนุบาลในบ่อซีเมนต์ขนาด 2 ตัน จำนวน 2 บ่อ เพื่อให้ลูกหอยมีการปรับสภาพเข้ากับสิ่งแวดล้อมของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดปัตตานี แล้วจึงนำมาเลี้ยงในถังพลาสติกขนาดความจุ 20ลิตร โดยแขวนกับไม้ในบ่อซีเมนต์ขนาด 8 ตัน จำนวน 9 ถัง โดยมีขนาดความกว้าง ยาว น้ำหนักเฉลี่ยเริ่มต้น เท่ากับ 1.06+- 0.04 ซ.ม., 1.93+- 0.04 ซม., 1.78+- 0.04 กรัม ตามลำดับ ให้อาหารสาหร่ายผมนางชนิด Gracilaria fisheri เป็นอาหาร เริ่มเลี้ยงในถังตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2545 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2546 รวมระยะเวลา 395 วัน

บทคัดย่อ

ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ ได้ทำการผลิตลูกหอยมุกจาน Pinctada maxima (Jameson)จากการเพาะพันธุ์ โดยทำการรวบรวมพ่อแม่พันธุ์จากฝั่งทะเลอันดามัน ที่จังหวัดภูเก็ต นำมากระตุ้นให้ปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ โดยใช้วิธีการเปลี่ยนถ่ายน้ำสลับกับการปล่อยแห้ง วิธีการอนุบาลลูกหอยใช้วิธีการเช่นเดียวกับการอนุบาลลูกหอยสองฝาทั่วไป วัสดุที่ใช้สำหรับล่อให้ลูกหอยลงเกาะคือ ตาข่ายพรางแสง, ตาข่ายพลาสติก และเชือกไนล่อน อาหารที่ใช้ในการอนุบาลลูกหอยตั้งแต่ระยะว่ายน้ำ จนถึงระยะวัยรุ่น คือแพลงก์ตอนพืชเซลล์เดียวชนิดต่างๆ ได้แก่ Isochrysis galbana, Chaetoceros calcitrans, Chlamydomonas sp. และ Tetraselmis sp.

บทคัดย่อ

การเลี้ยงหอยหวานในกระบะพลาสติก เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2544 ถึงเดือนมกราคม 2545 เป็นระยะเวลา 7 เดือน มี 3 ชุดการทดลอง ชุดที่ 1 เป็นการเลี้ยงที่ไม่มีกระบะพลาสติกมีอัตราความหนาแน่น 350 ตัว/ม2 จำนวน 462 ตัว/ถัง, ชุดที่ 2 เลี้ยงในกระบะพลาสติกมีอัตราความหนาแน่น 350 ตัว/ม2 จำนวน 462 ตัว/ถัง, และชุดที่ 3 เลี้ยงในกระบะพลาสติก มีอัตราความหนาแน่น 350 ตัว/ม2 จำนวนกระบะเป็น 2 เท่าของชุดที่มี 924 ตัว/ถัง พบว่าชุดทดลองที่ 1 มีอัตราการเจริญเติบโตขนาดความยาว 0.008 ซม./วัน ความกว้าง 0.005 ซม./วัน และน้ำหนัก 0.058 กรัม/วัน, มี FCR เฉลี่ย 2.96+-0.26, อัตราการรอดตายเฉลี่ย 95.81+-1.32% มีผลผลิตรวมเฉลี่ย 7, 193.33+- 575.12 กรัม,

บทคัดย่อ

     กรมประมงสามารถเลี้ยงกุ้งกุลาดำให้มีไข่แก่ในบ่อดิน และได้ดำเนินการให้เป็นพันธุ์เพาะเลี้ยง (Domestication) เพื่อผลิตพ่อแม่พันธุ์กุ้งกุลาดำทดแทนการจับจากธรรมชาติ ดังนั้นการนำเครื่องหมายพันธุกรรมไมโครแซททัลไลท์มาใช้ตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูกของกุ้งกุลาดำ จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการนำข้อมูลนี้ไปใช้เป็นเครื่องหมายในการคัดเลือกพันธุ์กุ้งกุลาดำต่อไป ดำเนินการเพาะผสมเทียมกุ้งกุลาดำ และอนุบาลลูกกุ้งจนมีขนาด P50 ทำการสกัดดีเอ็นเอ และศึกษารูปแบบเครื่องหมายดีเอ็นเอ Microsatellite Markers ของพ่อแม่ลูกกุ้งกุลาดำ ด้วยวิธี PCR (polymerase chain reaction) โดยใช้ไพร์เมอร์ของกุ้งกุลาดำ หลังจากนั้นนำไปแยกความแตกต่างหารูปแบบ Microsattelite Marker ของกุ้งกุลาดำแต่ละตัว โดยทำอิเล็คโทรโฟริซีสบน 6% denaturing polyacrylamide gel เสร็จแล้วย้อมดูแถบดีเอ็นเอด้วยซิลเวอร์ไนเตรท (Silver stain)

บทคัดย่อ

การตรวจหาเชื้อไวรัส MBV ในลูกกุ้งกุลาดำระยะวัยอ่อน (Postlarva) จากฟาร์มเพาะฟักในจังหวัดภูเก็ต ระหว่างเดือนตุลาคม 2543 ถึง เดือนกันยายน 2544 จำนวน 1,189 ตัวอย่าง พบลูกกุ้งกุลาดำติดเชื้อไวรัสMBV 885 ตัวอย่าง (74.43%) โดยพบการติดเชื้อไวรัสMBV สูงสุดในเดือนพฤศจิกายน 95%, ต่ำสุดในเดือนกันยายน 47% ได้แบ่งระดับการติดเชื้อไวรัสMBV ในลูกกุ้งกุลาดำตามปริมาณ Occusion body ที่พบออกเป็น 4 ระดับ ดังนี้คือ 1.ตรวจไม่พบเชื้อไวรัสMBV พบสูงสุดในเดือนกันยายน 53%, 2.ตรวจพบเชื้อไวรัสMBV น้อย พบสูงสุดในเดือนธันวาคม 34%, 3.พบเชื้อไวรัสMBV ปานกลาง พบสูงสุดในเดือนตุลาคม 37%, 4. พบเชื้อไวรัสMBV มาก พบสูงสุดในเดือนพฤษภาคม 49%,