ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

บทคัดย่อ

ทดสอบการใช้เทคนิค NIRS ประเมินคุณค่าอาหารทางเคมีบางประการ เช่น โปรตีน ไขมัน ความชื้น เถ้า และเยื่อใย ในปลาป่น อาหารปลาสำเร็จรูปชนิดลอยน้ำที่ผลิตจำหน่าย และอาหารกุ้งชนิดจมน้ำที่ผลิตจำหน่าย และอาหารกุ้งทดสอบที่ทำขึ้น ด้วยเครื่อง NIRS ยี่ห้อ Bran & Luebbe รุ่น Infra Alyzer 2000 สร้างสมการประเมิน(Calibration Equation) โดยโปรแกรมสำเร็จรูป Sesame Version 2.1 วิเคราะห์แบบ Multiple Linear Regression และใช้เครื่อง NIRS ยี่ห้อ Bran & Luebbe รุ่น Infra Alyzer 500 ประเมินค่าอาหารกุ้งที่ทดสอบผลิต โดยโปรแกรม NSAS (The Near Infrared Spectral Analysis Software)วิเคราะห์แบบ Multiple Linear Regression (MLR) พร้อมทั้งแปลงข้อมูลโดยวิธี Secondary derivative และใช้โปรแกรม Unscrambler Version 6.01 วิเคราะห์แบบ Partial Least square regression(PLSR) และทวนสอบ (Validation) ค่าสมการประเมินที่จัดทำขึ้นเพื่อตรวจสอบความถูกต้องแม่นยำของการประเมิน

บทคัดย่อ

การศึกษาผลของแอสตาแซนทินในอาหารต่อสีปลากระแห ทดลองโดยเลี้ยงปลากระแหขนาด 3-4 เซนติเมตรด้วยอาหาร 5 สูตร ได้แก่ อาหารเม็ดสูตรพื้นฐาน และอาหารเม็ดสูตรพื้นฐานเสริมแอสตาแซนทินที่ระดับ 25, 50, 100 และ 200 มิลลิกรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัม เป็นเวลา 10 สัปดาห์ พบว่า การเสริมแอสตาแซนทินในอาหารมีผลทำให้สีครีบหางของปลากระแหมีสีแดงมากขึ้นตามระดับของแอสตาแซนทินที่เสริม โดยการเสริมแอสตาแซนทินที่ระดับ 25 มิลลิกรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัม ทำให้ครีบหางปลากระแหมีสีแดงขึ้นน้อยกว่าการเลี้ยงด้วยอาหารเม็ดเสริมแอสตาแซนทินที่ระดับ 50, 100 และ 200 มิลลิกรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัมอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) ค่าเฉลี่ยสีครีบหางปลาที่เลี้ยงด้วยอาหารเสริมแอสตาแซนทินที่ระดับ 100 มิลลิกรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัม

บทคัดย่อ

ทดสอบหาปริมาณไขมันที่ต่ำสุดในอาหารปลาดุกลูกผสมชนิดเม็ดลอยน้ำ โดยใช้อาหารทดสอบที่มีโปรตีน 32% และมีไขมันที่แตกต่างกัน 7 ระดับ คือ 2, 3, 4, 5, 6, 7 และ8% ระดับละ 3 ซ้ำ ทดสอบการเจริญเติบโตใช้ปลาดุกน้ำหนักเฉลี่ยตัวละ 11.36 กรัม ปล่อยปลาดุกลูกผสมทดลองตู้ละ 25 ตัว เลี้ยงในตู้กระจกขนาด 28x58x32 ลบ.ซม.

บทคัดย่อ

เปรียบเทียบการวิเคราะห์ไขมันในวัตถุดิบหลักของอาหารสัตว์ลอยน้ำจำนวน 14 ชนิด โดยวิธีether extraction และวิธี acid hydrolysis พบว่าการวิเคราะห์ไขมันในวัตถุดิบชนิดเดียวกันให้ผลการวิเคราะห์ที่แตกต่างกันแยกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่คือ กลุ่มที่1 เป็นกลุ่มวัตถุดิบที่การวิเคราะห์หาปริมาณไขมันโดยวิธี acid hydrolysis ให้ผลการวิเคราะห์สูงกว่าโดยวิธี ether extraction 1.44 - 2.52 เท่า ได้แก่ รำสกัด เนื้อป่น รำข้าวสาลี และกากถั่วเหลือง

บทคัดย่อ

โครงการวิจัยด้านพันธุศาสตร์เพื่อปรับปรุงให้กุ้งก้ามกรามมีอัตราการเจริญเติบโตที่ดีขึ้นได้ดำเนินการ ระหว่าง ตุลาคม 2541 ถึง ตุลาคม 2543 ณ สถาบันวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ จังหวัดปทุมธานี ภายใต้แผนการคัดเลือกแบบภายในครอบครัว จากประชากรพื้นฐานกุ้งก้ามกรามที่เพาะเลี้ยงได้มีการสร้างประชากรกลุ่มใหม่เป็น 2 กลุ่มได้แก่ “กลุ่มคัดเลือก” คือกลุ่มที่คัดเลือกกุ้งขนาดโตที่สุดภายในครอบครัวเป็นพ่อแม่พันธุ์ และ”กลุ่มไม่คัดเลือกหรือกลุ่มควบคุม”

บทคัดย่อ

การศึกษาความแตกต่างทางพันธุกรรมระหว่างปลากดเหลือง 2 ชนิด (Hemibagrus nemurus และ H. filamentus) ดำเนินการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระบุความแตกต่างระหว่างปลากดเหลือง 2 ชนิดนั้น โดยใช้ข้อมูลพันธุกรรมที่ได้จากการวิเคราะห์ตัวอย่างปลาแต่ละชนิดด้วยเทคนิคอัลโลไซม์อิเล็กโตรโฟเรซิสในห้องปฏิบัติการจากการตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลพันธุกรรมที่จำนวน 24 อัลโลไซม์โลไซภายใต้เทคนิคดังกล่าว ได้ผลที่แสดงความแปรปรวนทางพันธุกรรมในประชากรปลา 2 ชนิด (จำนวนอัลลีลเฉลี่ยต่อโลกัส 1.3-1.5, P0.95 = 0.250-0.333, Ho = 0.049-0.050, He = 0.072-0.075) ในระดับที่ใกล้เคียงกับที่เคยศึกษามาก่อนแล้วในปลากดเหลืองชนิด H. nemurus และยังพบอีกว่าที่โลกัส GPI-2*

บทคัดย่อ

เพาะเลี้ยงปลาหมึกหูช้างเพื่อศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมสำหรับการเพาะเลี้ยงเป็นสัตว์น้ำสวยงาม โดยเริ่มจากการรวบรวมพ่อแม่พันธุ์จากบริเวณปากน้ำประแสร์ จ.ระยอง มาให้ผสมพันธุ์และวางไข่ในบ่อทดลอง ไข่ปลาหมึกหูช้างเป็นแบบไข่เดี่ยว ใช้เวลาในการฟัก 14.0+-1.8 วันที่ 28 ซ. ลูกปลาหมึกแรกเกิดมีความยาวลำตัวเฉลี่ย 2.20+-0.04 ซม. น้ำหนัก 0.0041+-0.0006 กรัม แรกฟักให้ลูกกุ้งทะเล(Penaeus merguiensis, P. monodon)มีชีวิตระยะ mysis เป็นอาหารจนถึง 10 วัน และลูกกุ้งระยะ postlarva พร้อมกับเคยตาดำ(Mesopodopsis orientalis)จนถึงอายุ 40 วัน เมื่ออายุ 30 วันเริ่มให้กุ้งกระต่อม(Palaemon styliferus) และเคยตาแดง(Acetes spp.) ตลอดจนหัดให้กินเนื้อปลาหั่นเป็นชิ้น และเริ่มให้ปลาบู่แคระ(Stigmatogobius romeri)มีชีวิตเมื่ออายุ 50 วัน

บทคัดย่อ

ลูกหอยเป๋าฮื้อจากศูนย์พัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำมาอนุบาลในบ่อซีเมนต์ขนาด 2 ตัน จำนวน 2 บ่อ เพื่อให้ลูกหอยมีการปรับสภาพเข้ากับสิ่งแวดล้อมของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดปัตตานี แล้วจึงนำมาเลี้ยงในถังพลาสติกขนาดความจุ 20ลิตร โดยแขวนกับไม้ในบ่อซีเมนต์ขนาด 8 ตัน จำนวน 9 ถัง โดยมีขนาดความกว้าง ยาว น้ำหนักเฉลี่ยเริ่มต้น เท่ากับ 1.06+- 0.04 ซ.ม., 1.93+- 0.04 ซม., 1.78+- 0.04 กรัม ตามลำดับ ให้อาหารสาหร่ายผมนางชนิด Gracilaria fisheri เป็นอาหาร เริ่มเลี้ยงในถังตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2545 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2546 รวมระยะเวลา 395 วัน

บทคัดย่อ

ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ ได้ทำการผลิตลูกหอยมุกจาน Pinctada maxima (Jameson)จากการเพาะพันธุ์ โดยทำการรวบรวมพ่อแม่พันธุ์จากฝั่งทะเลอันดามัน ที่จังหวัดภูเก็ต นำมากระตุ้นให้ปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ โดยใช้วิธีการเปลี่ยนถ่ายน้ำสลับกับการปล่อยแห้ง วิธีการอนุบาลลูกหอยใช้วิธีการเช่นเดียวกับการอนุบาลลูกหอยสองฝาทั่วไป วัสดุที่ใช้สำหรับล่อให้ลูกหอยลงเกาะคือ ตาข่ายพรางแสง, ตาข่ายพลาสติก และเชือกไนล่อน อาหารที่ใช้ในการอนุบาลลูกหอยตั้งแต่ระยะว่ายน้ำ จนถึงระยะวัยรุ่น คือแพลงก์ตอนพืชเซลล์เดียวชนิดต่างๆ ได้แก่ Isochrysis galbana, Chaetoceros calcitrans, Chlamydomonas sp. และ Tetraselmis sp.

บทคัดย่อ

การเลี้ยงหอยหวานในกระบะพลาสติก เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2544 ถึงเดือนมกราคม 2545 เป็นระยะเวลา 7 เดือน มี 3 ชุดการทดลอง ชุดที่ 1 เป็นการเลี้ยงที่ไม่มีกระบะพลาสติกมีอัตราความหนาแน่น 350 ตัว/ม2 จำนวน 462 ตัว/ถัง, ชุดที่ 2 เลี้ยงในกระบะพลาสติกมีอัตราความหนาแน่น 350 ตัว/ม2 จำนวน 462 ตัว/ถัง, และชุดที่ 3 เลี้ยงในกระบะพลาสติก มีอัตราความหนาแน่น 350 ตัว/ม2 จำนวนกระบะเป็น 2 เท่าของชุดที่มี 924 ตัว/ถัง พบว่าชุดทดลองที่ 1 มีอัตราการเจริญเติบโตขนาดความยาว 0.008 ซม./วัน ความกว้าง 0.005 ซม./วัน และน้ำหนัก 0.058 กรัม/วัน, มี FCR เฉลี่ย 2.96+-0.26, อัตราการรอดตายเฉลี่ย 95.81+-1.32% มีผลผลิตรวมเฉลี่ย 7, 193.33+- 575.12 กรัม,