ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

บทคัดย่อ

การประมงอวนล้อมจับในเขตจังหวัดสตูล ประกอบด้วยเครื่องมืออวนล้อมจับประเภท อวนดำ อวนเขียว อวนล้อมจับปั่นไฟ อวนล้อมซั้ง และอวนตังเก อวนดำเป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญมากที่สุด แหล่งทำการประมงของอวนล้อมจับที่สำคัญสองบริเวณ คือ เขตน่านน้ำไทยและเขตน่านน้ำประชิด(ไทย-มาเลเซีย) มีฤดูทำการประมงตลอดทั้งปี การลงแรงประมงของอวนล้อมจับรวมในช่วงปี พ.ศ. 2541-2543 เท่ากับ 19,152 23,256 และ 17,064 วัน ตามลำดับ ส่วนอัตราการจับเฉลี่ย และปริมาณการจับรวม เท่ากับ 3,115 2,455 1,914 กก./ชม. และ 59,661 57,097 32,667 ตัน ตามลำดับ โดยการลงแรงประมง อัตราการจับและปริมาณการจับเฉลี่ย ในช่วงฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ

บทคัดย่อ

ศึกษาอัตราการจับ ความหลากหลายของชนิดสัตว์น้ำ และใช้เทคนิค Multivariate analysis เปรียบเทียบความคล้ายคลึงขององค์ประกอบชนิดสัตว์น้ำก่อนและหลังการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลจังหวัดปัตตานี ซึ่งจัดวางแท่งคอนกรีตระหว่างเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2537 การศึกษากระทำในปี 2536-2538 โดยสุ่มตัวอย่างสัตว์น้ำจากเครื่องมืออวนจมกุ้ง อวนจมปู อวนจมปลาทราย อวนลอยปลาทู เบ็ดตกปลา และลอบหมึก รวม 208 เที่ยว พบว่า หลังการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล อัตราการจับสัตว์น้ำของอวนจมปลาทรายเพิ่มขึ้น 5 เท่า เครื่องมืออื่นๆ เพิ่มขึ้น 2 เท่า ยกเว้นเบ็ดตกปลาเพิ่มขึ้น 1.3 เท่า จำนวนชนิดสัตว์น้ำที่จับได้เพิ่มขึ้นทุกเครื่องมือ

บทคัดย่อ

การสำรวจทรัพยากรปลาทูน่า ในน่านน้ำสากลบริเวณมหาสมุทรอินเดียตะวันออก ในปี 2545 โดยเรือสำรวจประมง มหิดล ระหว่างวันที่ 15 มกราคม ถึง 4 เมษายน 2545 จำนวน 2 เที่ยวเรือ ได้วางแพล่อปลาแบบลอยอิสระจำนวน 8 แพ บริเวณแนวเส้นละติจูด 3 องศาใต้ และเส้นลองจิจูด 87 องศาตะวันออก ผลการศึกษาทิศทางการลอยของแพ พบว่าแพเคลื่อนลอยไปทางทิศตะวันออกแล้ววกกลับขึ้นไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ตามอิทธิพลของกระแสน้ำศูนย์สูตรเหนือและลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ผลการทำประมงอวนล้อมจับปลาทูน่า ที่ได้จากแพล่อปลาและขอนไม้ลอยน้ำ รวมทั้งสิ้น 13 ครั้ง จับสัตว์น้ำได้ 79,895 กิโลกรัม เที่ยวเรือที่ 1 ระหว่างเดือนมกราคม ถึง กุมภาพันธ์ วางอวนจำนวน 7 ครั้ง จับสัตว์น้ำได้ทั้งสิ้น 28,895 กิโลกรัม

บทคัดย่อ

การศึกษาคุณภาพน้ำและตะกอนดินในแหล่งเลี้ยงปลาน้ำกร่อยในกระชังบริเวณเกาะช้าง กิ่งอำเภอเกาะช้าง และบ้านไม้รูด ตำบลไม้รูด อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ.2541 ถึงกุมภาพันธ์ พ.ศ.2542 พบว่าคุณภาพน้ำมีความเหมาะสมทั้งในและนอกกระชัง อย่างไรก็ดี ปริมาณออกซิเจนในน้ำในกระชังบริเวณบ้านบางเบ้ามีค่าต่ำกว่านอกกระชัง และมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (P < 0.05) ปริมาณออกซิเจนในน้ำ และซิลิเกตในกระชังบริเวณบ้านไม้รูดมีค่าต่ำกว่านอกกระชัง และมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (P < 0.05) ส่วนความลึกของน้ำ ความโปร่งแสง ความเป็นกรดด่าง ความเค็ม ความเป็นด่าง ความกระด้าง ปริมาณแอมโมเนีย ไนไตรท์ ไนเตรท และฟอสเฟต ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ (P > 0.05)

บทคัดย่อ

การทดลองอนุบาลลูกปลาชะโอนอายุ 10 วัน โดยใช้อาหารต่างกัน 4 ชนิดคือ เนื้อปลานึ่ง, ไข่ตุ๋น, ไข่ตุ๋นผสมอาหารผง และไรแดง เพื่อศึกษาการเจริญเติบโตและอัตราการรอดตายของลูกปลา ดำเนินการทดลองที่ศูนย์พัฒนาประมงน้ำจืดชลบุรี ระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายน 2545 โดยทดลองอนุบาลลูกปลาชะโอนในถังพลาสติกที่มีปริมาตรน้ำ 30 ลิตร ปล่อยลูกปลาถังละ 75 ตัว (อัตราปล่อย 2.5 ตัว/ลิตร) น้ำหนักเริ่มต้นเฉลี่ย 0.044+- 0.001-0.047+- 0.001 กรัม ให้อาหารวันละ 2 ครั้งปริมาณจนอิ่มเป็นเวลา 6 สัปดาห์ ผลปรากฏว่า ลูกปลามีการเจริญเติบโตมีน้ำหนักเฉลี่ย 0.45+- 0.02, 0.51+- 0.15, 0.82+-0.05 และ 1.59+-0.11 กรัม ตามลำดับ และมีอัตราการเจริญเติบโตจำเพาะต่อวัน 4.84+- 0.48, 3.99+-0.70, 5.20+-0.17 และ7.67+-0.24 เปอร์เซ็นต์ต่อวัน

บทคัดย่อ

การศึกษาความต้องการโปรตีนในอาหารปลาตะเพียนทองที่ระดับ 20, 25, 30, 35 และ 40% โดยมีค่าของพลังงานในอาหารเท่ากัน 400 กิโลแคลอรีต่อ 100 กรัม ให้อาหารแก่ปลาที่มีน้ำหนักเริ่มต้น 1.02 กรัมต่อตัว เลี้ยงปลาโดยให้กินอาหารจนอิ่มวันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 8 สัปดาห์ ในตู้กระจกที่มีปริมาตรของน้ำ 120 ลิตรพร้อมให้อากาศ ผลการทดลองพบว่า ปลาที่ได้รับอาหารโปรตีน 35 และ 40% ทำให้ปลามีค่าน้ำหนักเฉลี่ยเมื่อสิ้นสุดการทดลอง เปอร์เซ็นต์น้ำหนักเพิ่ม

บทคัดย่อ

การศึกษาเรื่องอาหารที่เหมาะสมในการอนุบาลลูกปลาจาดระยะต่าง ๆ 3 ระยะในตู้กระจก ขนาด 45 X 90 X 40 เซนติเมตร ระดับน้ำลึก 30 เซนติเมตร ชุดการทดลองละ 3 ซ้ำ ได้ดำเนินการทดลองที่สถานีประมงน้ำจืดจังหวัดเพชรบุรี ตั้งแต่เดือนกันยายน-ธันวาคม 2543 เพื่อต้องการทราบชนิดอาหารที่เหมาะสมในการอนุบาลลูกปลาจาดแต่ละระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 ลูกปลาจาด อายุ 3-13 วัน อนุบาลด้วยไข่แดงต้มสุกบดละเอียด, รำละเอียด, ปลาป่นบดละเอียด, คลอเรลลา, โรติเฟอร์ และลูกไรแดง ระยะที่ 2 ลูกปลาปลาจาดอายุ 14-30 วัน อนุบาลด้วยโรติเฟอร์, รำละเอียด, ปลาป่นบดละเอียด, และลูกไรแดง และระยะที่ 3 ลูกปลาจาดอายุ 25-45 วัน อนุบาลด้วยไรแดง, รำละเอียด, ปลาป่นบดละเอียด และอาหารเม็ดปลากินพืช ผลการทดลองพบว่า โรติเฟอร์, ลูกไรแดง และไรแดง เป็นอาหารที่เหมาะสมที่สุดในการอนุบาลลูกปลาจาด อายุ 3-13 วัน, 14-30 วัน และ 25-45 วัน ตามลำดับ เมื่อพิจารณาทั้งด้านอัตรารอดและการเจริญเติบโต โดยเฉพาะด้านอัตรารอดมีค่าสูงถึง 90.93+-3.00, 99.67+-0.17 และ 98.11+-2.41 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ

บทคัดย่อ

การศึกษาผลผลิตปลานิลที่เลี้ยงในกระชังที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล เริ่มทำการศึกษาระหว่างเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม โดยใช้ความถี่ในการให้อาหารแตกต่างกัน 4 แบบ ดังนี้ ให้อาหารทุกวัน ให้อาหารวันเว้นวัน ให้อาหาร 2 วันเว้นวัน และให้อาหาร 3 วันเว้นวันโดยปล่อยพันธุ์ปลานิลเพศผู้ที่มีน้ำหนักเฉลี่ย 50.27+- 0.04–50.50+- 0.43 กรัม และขนาดความยาวเฉลี่ย 13.06+- 0.05 –13.44+- 0.26 เซนติเมตร ลงเลี้ยงในกระชังขนาด 2.4 x 2.8 x 3.0 เมตร ด้วยอัตราปล่อย 50 ตัว/ลูกบาศก์เมตร จำนวน 16กระชัง ให้กินอาหารเม็ดสำเร็จรูปแบบลอยน้ำระดับโปรตีน 30 เปอร์เซ็นต์ โดยให้กินจนอิ่มวันละ 2 ครั้ง เวลาเช้าและเย็น ทดลองเลี้ยงนาน 90 วัน ตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม 2542 พบว่าปลาทดลองทุกชุดการทดลองมีความยาวสุดท้ายเฉลี่ย 24.37+- 0.65, 24.92+- 0.57, 24.49+- 0.16 และ 24.16+- 0.97 เซนติเมตร ตามลำดับไม่แตกต่างกัน และน้ำหนักสุดท้ายเฉลี่ยของปลาที่ให้อาหารทุกวันสูงกว่ากลุ่มอื่น ๆ อย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) โดยมีน้ำหนัก 359.11+- 5.05, 300.42+- 4.98, 303.43+- 2.05 และ 304.69+-2.57 กรัม

บทคัดย่อ

ทำการทดลองเพาะไรแดงในบ่อซีเมนต์ขนาด 3 ตารางเมตร ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดนครราชสีมา ในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม 2545 โดยใช้เทคนิคของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดปทุมธานี แต่ใช้กากน้ำตาลแทนกากผงชูรส แบ่งการทดลองออกเป็น 3 ขั้นตอน ขั้นตอนที่ 1 เป็นการศึกษาเบื้องต้นเพื่อหาปริมาณกากน้ำตาลแทนการใช้กากผงชูรสแบ่งเป็น 5 ชุดการทดลอง ชุดการทดลองที่ 1 (ชุดควบคุม) ใช้กากผงชูรส 1,200 มิลลิลิตร/บ่อ ชุดการทดลองที่ 2–5 ใช้กากน้ำตาลในปริมาณ 200, 400, 800 และ 1,200 มิลลิลิตร/บ่อ ปรากฏว่าได้ผลผลิตไรแดงเฉลี่ย 699.00, 549.69, 581.00, 798.33 และ 194.33 กรัม/บ่อ ตามลำดับ โดยชุดการทดลองที่ 4 ซึ่งใช้กากน้ำตาล 800 มิลลิลิตร/บ่อ ให้ผลผลิตเฉลี่ยสูงที่สุดและมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับชุดการทดลองที่ 2, 3 และ 5 แต่ไม่แตกต่างกับชุดควบคุม

บทคัดย่อ

การศึกษาความต้องการโปรตีนของปลาสายยูเผือกวัยรุ่นด้วยอาหารทดลองที่มีโปรตีน 5 ระดับคือ 25, 30, 35, 40 และ 45 เปอร์เซ็นต์ โดยอาหารทุกสูตรมีพลังงานย่อยได้เท่ากันคือ 280 กิโลแคลอรี/อาหาร 100 กรัม ได้ทดลองเลี้ยงลูกปลาสายยูเผือกน้ำหนักเริ่มต้นเฉลี่ย 24.3+-0.15 กรัม จำนวน 10 ตัว ในตู้กระจกปิดทึบ ขนาด 18x36x18 นิ้ว จุน้ำปริมาตร 180 ลิตร ให้กินอาหารจนอิ่มวันละ 2 ครั้ง ระยะเวลา 10 สัปดาห์ ผลการทดลองพบว่า ปลาสายยูเผือกที่ได้รับอาหารโปรตีน 35 เปอร์เซ็นต์