อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
สะพานสูบน้ำทะเล
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

บทคัดย่อ

การทดลองอนุบาลลูกปลาชะโอนอายุ 10 วัน โดยใช้อาหารต่างกัน 4 ชนิดคือ เนื้อปลานึ่ง, ไข่ตุ๋น, ไข่ตุ๋นผสมอาหารผง และไรแดง เพื่อศึกษาการเจริญเติบโตและอัตราการรอดตายของลูกปลา ดำเนินการทดลองที่ศูนย์พัฒนาประมงน้ำจืดชลบุรี ระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายน 2545 โดยทดลองอนุบาลลูกปลาชะโอนในถังพลาสติกที่มีปริมาตรน้ำ 30 ลิตร ปล่อยลูกปลาถังละ 75 ตัว (อัตราปล่อย 2.5 ตัว/ลิตร) น้ำหนักเริ่มต้นเฉลี่ย 0.044+- 0.001-0.047+- 0.001 กรัม ให้อาหารวันละ 2 ครั้งปริมาณจนอิ่มเป็นเวลา 6 สัปดาห์ ผลปรากฏว่า ลูกปลามีการเจริญเติบโตมีน้ำหนักเฉลี่ย 0.45+- 0.02, 0.51+- 0.15, 0.82+-0.05 และ 1.59+-0.11 กรัม ตามลำดับ และมีอัตราการเจริญเติบโตจำเพาะต่อวัน 4.84+- 0.48, 3.99+-0.70, 5.20+-0.17 และ7.67+-0.24 เปอร์เซ็นต์ต่อวัน

เมื่อวิเคราะห์ทางสถิติลูกปลาที่ได้รับเนื้อปลานึ่ง, ไข่ตุ๋น และไข่ตุ๋นผสมอาหารผงมีการเจริญเติบโตไม่แตกต่างกัน แต่มีความแตกต่างกับลูกปลาที่ได้รับไรแดงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(p<0.05) ในขณะที่อัตรารอดตายของลูกปลาที่ได้รับไข่ตุ๋นมีอัตราการรอดตายเท่ากับ 52.44+-14.62 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับอัตรารอดตายของลูกปลาที่ได้รับไรแดง 85.77+-7.34 เปอร์เซ็นต์ (p<0.05) แต่มีความแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติกับอัตรารรอดตายของลูกปลาที่ได้รับเนื้อปลานึ่ง และไข่ตุ๋นผสมอาหารผง 66.66+-8.11 และ 63.55+-7.58 ตามลำดับ (p>0.05) จากผลการทดลองสรุปได้ว่าไรแดงให้ผลดีที่สุดต่อการเจริญเติบโตของลูกปลาชะโอน แต่ถ้าพิจารณาจากอัตราการรอดตายของลูกปลาสามารถใช้เนื้อปลานึ่งและไข่ตุ๋นผสมอาหารผงอนุบาลลูกปลาได้

คำสำคัญ: ปลาชะโอน การอนุบาล ไข่ตุ๋น เนื้อปลานึ่ง ไรแดง

การอนุบาลลูกปลาชะโอนวัยอ่อนด้วยอาหารต่างชนิด
NURSING OF TWO SPOT GLASS CATFISH (Ompok bimaculatus) FRY
WITH DIFFERENT FEEDS

ศศิวิมล ปิติพรชัย    Sasivimon Pitipornchai
ชลธิศักดิ์ ชาวปากน้ำ    Choltisak Chawpaknum

ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดชลบุรี    Chonburi Inland Fisheries Development Center

Abstract

We examined the affects of four feed types on growth and survival of 10 days oldfry of two spot glass catfish (Ompok bimaculatus) at Chonburi Inland Fisheries Development Center during August-September, 2002. Four different types of feeds include steamed fish , egg custard, egg custard mixed with powder feed and water flea (Moina sp.) at Chonburi Inland Fisheries Development center .The fry were stocked in 30 litter plastic bucket containers at the stocking density of 75 individuals per containers (2.5 individuals per litre) and fed 2 time twice daily to apparent satiation for 6 weeks. The results showed that the fry grew from an average initial weight of 0.044+-0.001 -0.047+-0.001 g to average individual weight of 0.45+-0.02, 0.51+-0.15, 0.82+-0.05 and 1.59+-0.11 g respectively. The specific growth rates were 4.84+- 0.48, 3.99+-0.70, 5.20+-0.17 and 7.67+-0.24 percent per day respectively. The result showed Fry fed with water flea treatment was showed significantly differrent higher growth performance compared with those fed with the other treatment the other types of feed (p<0.05). The average survival rates of fish fed by egg custard treatment was 52.44+-14.62 percent. This value was significantly different from one obtained from the water flea treatment (85.77+-7.34 percent) (p<0.05), but not significantly different from the steamed fish and egg custard mixed with powder feed treatments (66.66+-8.11 and 63.55+-7.58 percent, respectively) (p>0.05). The results suggested that two spot glass catfish fry performed best when fed with water flea. However, steamed fish and egg custard mixed with powder feed may also be appropriate feed for nursing the fry considering yielded survival rates.

Keywords: Two spot glass catfish (Ompok bimaculatus), Nursing, Egg custard, Steamed fish, water flea (Moina sp.)

ที่มา: บทคัดย่อ การสัมมนาวิชาการประมง ประจำปี 2546 วันที่ 7 - 9 กรกฏาคม กรมประมง หน้า.35