ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
สะพานสูบน้ำทะเล
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

บทคัดย่อ

การศึกษานิเวศวิทยาปลาและผลจับปลาในลำน้ำสงครามจากการทำการประมงด้วยเครื่องมือโต่งได้ดำเนินการในช่วงน้ำสงครามลดระดับลงระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม 2544 โดยสุ่มตัวอย่างและรวบรวมข้อมูลจาก 7 พื้นที่ เริ่มตั้งแต่บ้านปากอูน อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ถึงบ้านนาหวาย อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร พร้อมทั้งประมวลข้อมูลอุทกวิทยาของลุ่มน้ำและวัดความเร็วกระแสน้ำ แล้วนำข้อมูลไปวิเคราะห์และประเมินค่าดัชนีทางนิเวศวิทยา โครงสร้างประชาคม การแพร่กระจาย และการทำการประมง ตลอดจนการวิเคราะห์สถิติด้วยวิธีวิเคราะห์การจัดกลุ่มและการจัดลำดับ

ผลการศึกษาพบว่าลำน้ำสงครามช่วงน้ำลงมีความหลากหลายของชนิดพันธุ์ปลาจากการสุ่มตัวอย่างด้วยเครื่องมือโต่งรวม 115 ชนิด 25 ครอบครัว ประกอบด้วยชนิดพันธุ์ปลาในครอบครัวปลาสร้อยปลาตะเพียน 45 ชนิด และครอบครัวปลาเนื้ออ่อนและครอบครัวปลาสวายปลาเทโพรวม 16 ชนิด มีความชุกชุมของประชาคมปลาเฉลี่ย 34.7+- 34.2 กิโลกรัมต่อโต่งต่อวัน ระดับความชุกชุมมีค่าเปลี่ยนแปลงไปตามพื้นที่ลำน้ำและช่วงวันเวลาที่ต่างกัน โครงสร้างน้ำหนักปลาของชนิดพันธุ์ปลาที่พบมาก 10 อันดับแรก ประกอบด้วย ปลานางร้อยละ 12.48 ปลาปีกไก่ร้อยละ 7.58 ปลากาดำร้อยละ 5.60 ปลาสร้อยนกเขาร้อยละ 5.20 ปลากระมังร้อยละ 4.82 ปลาสวายหนู ร้อยละ 4.48 ปลาตะเพียนทองร้อยละ 3.83 ปลาหมอช้างเหยียบร้อยละ 3.54 ปลาแขยงใบข้าวร้อยละ 3.38 และปลากดเหลืองร้อยละ 3.30 และโครงสร้างกลุ่มปลาประกอบด้วยกลุ่มปลาเกล็ดร้อยละ 39.81 กลุ่มปลาหนังร้อยละ 43.54 กลุ่มปลากินเนื้อร้อยละ 0.79 และกลุ่มปลาอื่นๆ ร้อยละ 15.90 มีค่าดัชนีความหลากหลายของประชาคมปลาเฉลี่ย 4.696+- 0.166 และดัชนีความมากชนิดและดัชนีความเท่าเทียมเฉลี่ย 13.122+- 1.223 และ 0.792+- 0.028 ตามลำดับ

การแพร่กระจายของประชาคมปลาในลำน้ำสงครามช่วงน้ำลงพบมีความแตกต่างกันมากระหว่างประชาคมปลาที่พบในช่วงเวลากลางวันกับเวลากลางคืน โดยพบมีความแตกต่างมากกว่าความแตกต่างของประชาคมปลาที่พบระหว่างพื้นที่สุ่มตัวอย่างที่ต่างกัน พื้นที่ลำน้ำสงครามตอนล่างพบมีเครื่องมือโต่งจำนวน 136 โต่ง มีช่วงทำการประมงประมาณหนึ่งเดือนในรอบปีระหว่างกลางเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม 2544 ซึ่งมีสัมพันธ์โดยตรงกับการลดลงของระดับน้ำและความเร็วของกระแสน้ำในลำน้ำสงคราม มีผลจับปลาที่ประเมินได้จากเครื่องมือโต่งประมาณ 149 ตันต่อปี และมีผลตอบแทนสุทธิจากการทำการประมงเฉลี่ย 29,843-64,931 บาทต่อราย หรือผลตอบแทนต่อเงินทุนผันแปรเฉลี่ยร้อยละ 267-743 ต่อปี

คำสำคัญ: นิเวศวิทยาปลา การแพร่กระจาย การทำการประมง โต่ง แม่น้ำสงคราม

นิเวศวิทยาปลาและผลจับปลาในลำน้ำสงครามจากการทำการประมง ด้วยเครื่องมือโต่ง
FISH ECOLOGY AND CATCH IN THE SONGKHRAM RIVER DESCRIBE BY STATIONARY TRAWL NET FISHERY

วิระธรรม ทองพันธุ์1 Wirathum Thongpun1
ศิราณี งอยจันทร์ศรี1 Siranee Ngoichansri1
บุญส่ง ศรีเจริญธรรม2 Boonsong Sricharoendham2
สินธุวัฒน์ สุทธิอาจ1 Sintuwat Sutti-arj1
วิชมัย โสมจันทร์2 Wichamai Somchan2

ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดสกลนคร1 Sakon Nakhon Inland Fisheries Research and Development Center
สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรประมงน้ำจืด2 Inland Fisheries Resource Research and Development institute

Abstract

A study on fish ecology and catch in the Songkhram River describe by stationary trawl net fisheries was conducted from September to October 2001. The study area extends approximately 80 km, from Pak-un Village, Si Songkhram District, Nakhon Panom province to Nawai Village, Akat Amnuai District, Sakon Nakhon Province. Surveys conducted on fish fauna and fisheries at 7 stations by stationary trawl nets along the river, and secondary data on hydrology and velocity measurement were examined. Spatial and temporal random sampling was used for data collection. All data were analyzed to determine the fish community structure, distribution pattern and various ecological indices. Also, cluster analysis and ordination multi-dimensional scaling (MDS) were used for data analysis.

The results show that total fish diversity during the flood recession period of the Songkhram River was 115 species representing 25 families. There were 45 fish species belong to Cyprinidae and 16 fish species belong to Siluridae and Pangasiidae. An average fish abundance by catch per unit of effort of stationary trawl nets was 34.7 +- 34.2 kg/net/day. Piscivorous and insectivorous fishes, Micronema spp. (12.64%), Kryptopterus spp. (7.58) Morulius chrysophekadion (5.60%) Osteochilus hasselti (5.20%) Puntioplites proctozysron (4.82%), Helicophagus waandersii (4.48%), Barbodes altus (3.83%), Pristolepis fasciata (3.54%), Mystus singaringan (3.38%) and Hemibagrus nemurus (3.30%) dominated in terms of biomass. The structure by fish major group comprises of 39.81% carp, 43.54% catfish, 0.79% murrel, and 15.90% miscellaneous. The average Shannon-Weiner diversity index, richness index and similarity index were 4.696+- 0.166, 13.122+- 1.223 and 0.792+- 0.028, respectively.

The distribution of fish community structure differed significantly between samples taken during day and night which were higher than the difference between sampling stations. The total catch of stationary trawl nets was estimated to be 149 tons/year. The one hundred thirty-six stationary trawl net fisheries were operated primarily one month a year between mid September and mid October, 2001 during the receding flood, corresponding to the period of maximum river velocity along the mainstream. The average net profit and benefit return to variable cost were 29,843-64,931 Baht/net and 267-743 % respectively.

Keywords: Fish ecology, Distribution, Fisheries, Stationary trawl net, Songkhram river

ที่มา: บทคัดย่อ การสัมมนาวิชาการประมง ประจำปี 2546 วันที่ 7 - 9 กรกฏาคม กรมประมง หน้า.55