ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

บทคัดย่อ

แมงดาทะเลเป็นสัตว์น้ำชายฝั่งชนิดหนึ่งที่มีชื่ออยู่ในรายการอาหารทะเลราคาสูงและประชากรที่พบในธรรมชาติลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากแมงดาทะเลเพศเมียถูกจับขึ้นมาซื้อขายจำนวนมากทุกวัน จนอาจจะถึงภาวะสูญพันธุ์ได้ในไม่ช้า โดยทั่วไปแมงดาทะเลอาศัยในบริเวณชายฝั่งปากแม่น้ำและป่าชายเลน แต่ปัจจุบันมักพบในบ่อเลี้ยงกุ้งธรรมชาติบริเวณชายฝั่งสมุทรสาคร สมุทรสงคราม และจังหวัดอื่นๆ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งสมุทรสาครจึงได้นำมาทดลองเพาะพันธุ์ โดยเบื้องต้นมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปปล่อยเพิ่มพันธุ์ในธรรมชาติ  แมงดาทะเลที่รวบรวมมาเป็นชนิด Tachypleus gigas ที่ชาวบ้านเรียกว่า “แมงดาจาน” ซึ่งเป็น 1 ใน 2 ชนิดที่พบในประเทศไทย มีขนาดใหญ่กว่า “แมงดาถ้วย” และมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค พ่อ-แม่พันธุ์มีขนาดเฉลี่ย กระดอง (กว้างxยาว) 34.5x17.5 ซม. และ 42..5x23..5 ซม. ตามลำดับ เมื่อเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ในบ่อซีเมนต์ที่ปูพื้นด้วยทรายปนดิน และให้ปลาเป็ดกินเป็นอาหารประมาณ 1 เดือน ตัวผู้จะเข้าเกาะติดบั้นท้ายตัวเมียตลอดเวลา จากนั้นประมาณ 5-7 วัน ตัวเมียจะใช้ขาคู่ที่ 6 ขุดพื้นทรายให้เป็นหลุม แล้ววางไข่ครั้งละ 200-300 ฟอง ในขณะเดียวกันตัวผู้จะฉีดน้ำเชื้อออกมาผสมกับไข่ทันทีที่ตัวเมียวางไข่ในหลุม และจะมีขบวนการผสมพันธุ์ภายนอกเช่นนี้ 8-12 ครั้งต่อวัน จนกว่าจะวางไข่หมด ซึ่งแม่พันธุ์แมงดาจาน 1 ตัว จะมีปริมาณไข่เฉลี่ย 7,000-9,000 ฟอง/แม่ ไข่มีลักษณะกลมมนสีเหลืองอมเขียว ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5-3.0 มม. มีไข่แดงอยู่ตรงกลางปริมาณมาก และมีไซโตพลาสซึมรอบๆ หลังจากการปฏิสนธิแล้วตัวอ่อนจะพัฒนาอยู่ภายในไข่ โดยสีของเปลือกไข่เปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อนลงทุกวันจนกลายเป็นโปร่งใสและสามารถมองเห็นตัวอ่อนเข้าสู่ระยะ first trilobite อยู่ภายใน ซึ่งระยะนี้ใช้เวลาพัฒนาทุก 30 วัน หลังจากการปฏิสนธิ หลังจากนี้จึงฟักออกจากไข่เป็นตัวอ่อนที่มีลักษณะคล้ายพ่อแม่ โดยมีอัตราการฟักออกเป็นตัวร้อยละ 86 จากจำนวนไข่ที่เก็บมาพักในตะแกรงที่แขวนอยู่ในตู้เพาะฟักและมีน้ำทะเลฆ่าเชื้อความเค็ม 30 ppt ไหลวนตลอดเวลาอุณหภูมิโดยเฉลี่ยที่ตรวจสอบอยู่ในระดับ 29-31.5๐ซ อัตราการรอดตายของตัวอ่อนจนถึงระยะ second trilobite ซึ่งมีขนาดความยาวและความกว้างสูงสุด 13.38x8.75 มม. มีจำนวนร้อยละ 78 ใช้อาร์ทีเมียเป็นอาหารที่ให้ตัวอ่อนกิน

คำสำคัญ : แมงดาทะเล, การเพาะพันธุ์

การเพาะพันธุ์แมงดาทะเล (Tachypleus gigas)  
Study on Breeding of Horseshoe Crab (Tachypleus gigas)

ฐิติทิพย์ ด้วงเงิน1)         T. Duangn-gnen
ฐิติมา ทองศรีพงษ์2)      T. Tangshipong
ชัยวุฒิ สุดทองคง2)       C. Sudthongkong
ลิลา เรืองแป้น2)            L. Ruangpan

1) สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดสมุทรสงคราม      Samutsongkhram Coastal Aquaculture Development Station

2) ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งสมุทรสาคร      Samutsakhon Coastal Fisheries Research and Development Center

Abstract

Horseshoe crab is one of the high price seafood offers in the restaurant. Their population was rapidly reduced due to over catching especially the female for eating their eggs, which may soonly extinction. Horseshoe crabs are commonly found in the estuary and mangrove area. However, at present, they were often, observed in the extensive shrimp farm along the coast of Samutsakhon, Samutsongkhram and other provinces. Therefore, Samutsakhon Coastal Fisheries Research and Development Center aim to study on breeding of horseshoe crab, Tachypleus gigas in order to conduct mass production of their larvae and release them to the nature.  Adult, male and female of horseshoe crab were stocked in the concrete tank laid with sandy soil substratum and fed with mince trash fish. The total length and width of the broodstock male and female average at 34.5x17.5 cm. and 42..5x23.5 cm., respectively. After the male start to attach to the abdomen of the female about 5-7 days long, then female laid their eggs average from 200-300 pc/time. Male release sperm immediately while female are laying their eggs. External fertilization were take place and repcated activity about 8-12 time/day until completely finish the total of 7,000-9,000 eggs. Eggs are centrolocithal type, spherical shape with greenish-yellow in color, size 2.5-3.0 mm. in diameter. Male release sperm immediately while female are laying their eggs. A young larva develope inside the egg to first trilobite stage within 30 days after fertilization. After hatching, The hatching rate was averaged at 86% of the total eggs number harvested for hatching in the square net case which flow by treated 30 ppt seawater under 29-31.5๐C. The second trilobite stage, which apparently similar to their broodstock, were observed at 13.38x8..75 cm. (average LxW). They were fed with Artemia, survival rate at 78%.

Keywords : breeding, horseshoe crab.
ที่มา: บทคัดย่อ การสัมมนาวิชาการประมง ประจำปี 2546 กรมประมง วันที่ 7 - 9 กรกฏาคม หน้า.80