ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

กุ้งก้ามกราม นับเป็นสัตว์เศรษฐกิจสร้างอาชีพที่ดีอีกชนิดหนึ่ง ด้วยรสชาติอร่อย และราคาดีสม่ำเสมอคุณศุภวัฑฒ์  โกมลมาลย์  ผู้อำนวยการกองโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กรมประมง เผยว่า การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม สามารถทำได้ทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริม  หากใครต้องการทำเป็นอาชีพ แต่ไม่เคยทำมาก่อนเลย แนะนำให้ทดลองเลี้ยงในปริมาณน้อยๆไปก่อน แต่เหนือสิ่งอื่นใด ก่อนที่จะทดลองเลี้ยง ควรหาตลาดไว้ก่อน ว่าถ้าเลี้ยงแล้วจะไปขายใคร ขายที่ไหน ขายอย่างไร

ความสำเร็จที่เป็นครั้งแรกของโลกนั้น ใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะเกิดในประเทศไทย โดยคนไทย ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ปลากะพงขาวครั้งแรกของโลกนั้น มีที่มาที่ไปอย่างไร ซึ่งผู้เขียนได้รับโอกาสให้เขียนบทความนี้ ซึ่งไม่ได้มีโอกาสได้เขียนกันบ่อยๆ นักดังนั้นบทความนี้จึงเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ที่ผู้เขียนจะได้ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาในการเพาะพันธุ์ปลากะพงขาวสำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้กับกรมประมงและประเทศไทยดังกระฉ่อนไปทั่วโลกในฐานะที่ดิฉันเองก็ทำงานอยู่กรมประมง ถ้าไม่นำความภาคภูมิใจนี้มาเล่าสู่กันฟัง ก็คงสุดแสนจะเสียดายเลยค่ะ
ปลากะพงขาว (Seabass, Asian seabass)มีชื่อวิทยาสาสตร์ว่าLatescalcarifer(Bloch, 1790) อาศัยแพร่กระจายอยู่ในเขตร้อน เป็นปลาที่เจริญเติบโตได้ทั้งในน้ำจืดและน้ำกร่อย แต่มาผสมพันธุ์วางไข่ในน้ำทะเล เมื่อลูกปลาเข้าสู่ระยะวัยรุ่นมีการอพยพเคลื่อนย้ายกลับเข้าไปอาศัยในน้ำจืด ปลาที่สมบูรณ์เพศจะอพยพกลับแหล่งวางไข่บริเวณชายฝั่งทะเลปลากะพงขาวเป็นปลาที่นิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเป็นปลาน้ำกร่อยที่มีการเลี้ยงมากที่สุดในประเทศไทย

คุณสวัสดิ์ วงศ์สมนึก (ซ้าย) และคุณสุจินต์ มณีวงศ์ (ขวา)
บุคคลในตำนานความสำเร็จที่จะกล่าวถึงเกียรติคุณของท่านก็คือคุณสวัสดิ์ วงศ์สมนึก และคุณสุจินต์ มณีวงศ์ นักวิชาการประมง สังกัดสถานีประมงสงขลากองประมงน้ำกร่อย กรมประมง (ชื่อในขณะนั้น)หน่วยงานนี้มีหน้าที่รับผิดชอบด้านการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการเพาะขยายพันธุ์สัตว์น้ำจำพวกกุ้ง ปลา และสาหร่ายทะเลที่มีค่าทางเศรษฐกิจ ตลอดจนดำเนินการสำรวจทางชีววิทยาประมงในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ตลอดจนแหล่งน้ำชายฝั่งทะเล ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชถึงนราธิวาสสถานีแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2506มีสำนักงานตั้งอยู่ที่ตำบลบ่อยาง ถนนวิเชียรชม ในเขตเทศบาลเมือง จังหวัดสงขลา มีพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ 2 งาน ปัจจุบันเป็นสำนักงานประมงจังหวัดสงขลา
ท่านทั้งสองมีความสนใจที่จะเพาะพันธุ์ปลาทะเล เนื่องจากนักวิชาการท่านอื่นๆ ให้ความสนใจด้านกุ้งทะเล โดยคุณสวัสดิ์เห็นว่าเวลาแม่ค้าเขาเอาปลากะพงขาวขนาดประมาณ 10 กก.มาขาย สมัยนั้น (ราว ๆ พ.ศ. 2514) ราคาตัวละ 400-500 บาท เมื่อเทียบกับเงินเดือนท่านแค่ 950 บาท นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สนใจศึกษาปลาตัวนี้ โดยเริ่มจากการศึกษาเบื้องต้นว่าปลากะพงขาวสามารถเลี้ยงในที่กักขังและเจริญเติบโตได้หรือไม่ ซึ่งต้องจับปลามาเลี้ยงดูว่า ยอมรับการกักขัง ยอมรับอาหารที่ให้หรือไม่ จึงเกิดคำถามขึ้นว่า“แล้วจะหาลูกปลาจากที่ไหนเพราะยังไม่เคยเห็นลูกปลากะพงขาวมาก่อนเลย”และต่อมามีชาวประมงพื้นบ้านที่รู้จักกันชื่อคุณสมนึก ปลอดทอง ได้จับลูกปลากะพงขาวขนาด 5 นิ้วมาให้จึงได้รู้จักลูกปลากะพงขาวเป็นครั้งแรก ลักษณะตามตัวมีสีเขียวอมเหลืองอ่อน บนสันหัวมีขีดสีเหลืองปูนแห้ง(เทา) บนพื้นสีเขียวมะกอก
ท่านทั้งสองเริ่มรวบรวมพ่อแม่พันธุ์ปลากะพงขาวบริเวณปากทะเลสาบสงขลาใน 3 แหล่ง คือ 1)บริเวณปากทะเลสาบสงขลา2) บริเวณร่องน้ำหน้าวัดเขาบ่อที่เกาะยอ และ 3) บริเวณบ้านหัวรังที่เกาะยอ ดังภาพประกอบโดยใช้เครื่องมือเบ็ด ซึ่งทั้งสามแหล่งนี้เป็นแหล่งที่มีพ่อแม่พันธุ์ปลากะพงขาว ที่มีความสมบูรณ์เพศมากที่สุดในทะเลสาบสงขลา โดย เฉพาะบริเวณร่องน้ำหัวเขาแดงที่ปากทะเลสาบ เป็นบริเวณที่มีความชุกชุมสูงสุดในตอนแรกตั้งใจจะจับให้ได้พร้อมกันทั้งตัวผู้และตัวเมีย แต่ก็จับไม่ได้ซักที เพราะว่าพ่อแม่ปลาจะอพยพเข้าสู่แหล่งวางไข่ไม่พร้อมกัน แต่พอศึกษาต่อไปๆ ทำให้รู้ว่า ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายนปลาเริ่มอพยพ พ่อแม่ปลาที่รวบรวมได้ส่วนใหญ่มีขนาดใหญ่ ปลาเพศเมียมีความยาว80-100 ซม. น้ำหนัก 7.9-17.1 กก. ปลาเพศผู้มีความยาว65-81 ซม. น้ำหนัก 4.0-7.5 กก.

การเพาะพันธุ์ปลากะพงขาวในครั้งนั้น ท่านทั้งสองได้เลือกใช้วิธีการผสมเทียมโดยการฉีดฮอร์โมน Human Chorionic Gonadotropin (HCG)และสารสกัดจากต่อมใต้สมองปลากะพงขาว เพื่อเร่งการวางไข่ของแม่ปลา โดยใช้ทั้งวิธีแบบแห้งและแบบเปียก ผลการผสมเทียมครั้งแล้วครั้งเล่าก็ยังไม่สำเร็จ พบว่าที่ดีที่สุดคือ สามารถเร่งให้แม่ปลาวางไข่ได้แต่ไข่ไม่มีการผสม ท่านทั้งสองได้พยายามอยู่หลายครั้งแต่ก็ยังไม่สำเร็จซักทีซึ่งปัญหาอยู่ที่การรวบรวมพ่อแม่พันธุ์ปลากะพงขาวจากแหล่งน้ำธรรมชาติ มักไม่สามารถรวบรวมปลาตัวผู้และตัวเมียให้ได้ขนาดตามความต้องการในคราวเดียวกันได้ทำให้การผสมระหว่างไข่และน้ำเชื้อไม่สามารถกระทำได้อย่างทันท่วงทีทำให้ไข่ปลาเลยระยะการผสม(over riped) ไปประมาณ24 ชม. ความพยายามดูเหมือนไร้ค่า สิ้นเปลื้องไปทั้งงบประมาณและเวลา จนกระทั่งคุณไพโรจน์พรหมานนท์ หัวหน้าสถานีประมงสงขลาในขณะนั้น ได้ขอร้องแกมบังคับให้คุณสวัสดิ์และคุณสุจินต์หยุดทดลองเพาะพันธุ์ปลากะพงขาว คุณสวัสดิ์ได้เล่าเรื่องราวที่เป็นจุดวิกฤตแห่งการเพาะพันธุ์ปลากะพงขาวครั้งแรกของโลกไว้อย่างตื่นเต้นว่า“เราทำไม่ได้ ทางกรมประมงเขาก็อ่อนใจ ทำมาเกือบสองปีแล้ว วันนั้นพี่โรจน์มายืนเกาะโต๊ะผม แล้วบอกว่า คุณสวัสดิ์ คุณพอได้แล้วน่ะ ผมบอกพี่โรจน์ว่า ผมขอโอกาสอีกครั้งเดียว”

ท่านทั้งสองไม่ละทิ้งความเพียรพยายามและขอใช้โอกาสสุดท้ายพิสูจน์ตัวเอง จึงได้วิเคราะห์ปัญหาและแนวทางแก้ไข ในครั้งนี้ท่านได้เตรียมน้ำเชื้อตัวผู้ไว้ก่อนล่วงหน้า เพื่อที่จะสามารถผสมกับไข่ได้ทันที โดยการรีดน้ำเชื้อแช่น้ำแข็งไว้เตรียมพร้อมสำหรับการผสมเทียมปลากะพงขาว แต่จนแล้วจนเล่าก็ยังไม่สามารถหาแม่ปลาที่สมบูรณ์พร้อมวางไข่ได้ จนท่านทั้งสองอ่อนใจ จนเข้าสู่วันที่ท่านตั้งใจจะทำเป็นครั้งสุดท้าย วันนั้นคุณสวัสดิ์ออกเรือไปกับนายสะหรีสันบูกา นายท้ายเรือรอแม่ปลาตั้งแต่เช้าจนเย็นก็ยังไม่ได้ซักที จนกระทั่งเกือบห้าโมงเย็นแล้ว มีชาวประมงยกมือตะโกนบอกว่า “ได้ปลาแล้ว...ได้ปลาแล้ว”คุณสวัสดิ์ดีใจเป็นอย่างมาก แต่เมื่อเข้าไปดูพบว่า “เป็นแม่ปลาที่ตายแล้ว”คุณสวัสดิ์เริ่มใจเสีย แต่เดชะบุญนำพา วาสนาส่ง คุณสวัสดิ์ได้ลูบคลำท้องแม่ปลาไปมา ฉุกคิดได้ว่า“ไข่คงยังไม่ตาย”จึงตัดสินใจผ่าท้องแม่ปลาแล้วรีดไข่แล้วนำน้ำเชื้อปลาตัวผู้ที่เตรียมไว้มาผสมเลยทันที แล้วรีบนำกลับมาที่สถานีย่อยที่ฝั่งเก๋ง เพื่อส่องดูพัฒนาการของไข่ปลา ปรากฏว่าไข่มีการผสม ท่านทั้งสองได้รายงานคุณไพโรจน์ว่า“เราทำสำเร็จเรียบร้อยแล้วครับหัวหน้า” คุณสวัสดิ์ได้กล่าวถึงวันแห่งความสำเร็จไว้อย่างภาคภูมิใจว่า ตรงกับวันที่ 16 สิงหาคม 2516 ซึ่งบังเอิญตรงกับวันที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร สิริกิตยสมบูรณสวางควัฒน์วรขัตติยราชสันตติวงศ์ มหิตลพงศอดุลยเดชจักรีนเรศยุพราชวิสุทธิ สยามมกุฎราชกุมารพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏขณะนั้น ทรงเสด็จมายกช่อฟ้า ณ วัดมัชฌิมาวาส (วัดกลาง)อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นการเสด็จมาเป็นครั้งแรกของพระองค์ท่าน และเป็นครั้งแรกของจังหวัดสงขลา
หลังจากนั้นการเพาะพันธุ์ปลากะพงขาวก็พัฒนามาเรื่อยๆ และขยายผลไปตามประเทศต่างๆ ทั่วโลกผลการเพาะพันธุ์ในช่วงนั้นพบว่า มีอัตราการฟักไข่สูงสุด 95% ได้ลูกปลาแรกฟักรวมมากกว่า 700,000 ตัว โดยสามารถทดลองอนุบาลจนลูกปลามีอัตรารอดสูงสุด 30.18%ที่อายุ30 วัน จากงานวิจัยการเพาะพันธุ์ปลากะพงขาวนี้ ส่งผลให้ท่านทั้งสองได้รับรางวัลงานวิจัยดีเด่นประจำปี พ.ศ. 2517 จากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ความสำเร็จในครั้งนี้ได้สร้างชื่อเสียงให้สถานีประมงสงขลาเป็นอย่างมาก ในเวลาต่อมาหลังจากจัดตั้งสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งแห่งชาติจังหวัดสงขลา ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่นประมาณ 80 ล้านบาท สถาบันฯ แห่งนี้ได้ดำเนินการจัดฝึกอบรมหลักสูตรนานาชาติเรื่องการเพาะและอนุบาลปลากะพงขาว เพื่อเผยแผ่ความรู้ให้แก่นักวิจัยต่างชาติที่สนใจ ดังภาพประกอบ นอกจากนี้ท่านทั้งสองยังได้รับเชิญให้ไปร่วมประชุมทางวิชาการด้านการเพาะพันธุ์ปลากะพงขาว ส่งผลให้การเพาะเลี้ยงปลากะพงขาวแพร่หลายและเป็นที่นิยมไปทั่วโลก ตลอดจนสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนชาวไทยมาจนถึงปัจจุบันนี้

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริงที่นำมาเล่าสู่กันฟัง ดิฉันเชื่อว่าไม่เฉพาะแต่กรมประมงที่มีความรู้สึกภาคภูมิใจ คนไทยทุกคนย่อมมีความรู้สึกเช่นกัน ต้องขอขอบคุณ คุณสวัสดิ์ วงศ์สมนึก และคุณสุจินต์มณีวงศ์ นักวิชาการประมงที่ได้เพียรพยายามและมุ่งมั่นทุ่มเทในวันนั้น ทำให้เรามีปลากะพงขาวเป็นปลาเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทยและของโลกตราบจนวันนี้ถึงแม้ว่ามีปัญหาและอุปสรรคมากมาย ทำให้ท่านล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ท่านไม่เคยล้มเลิก สมดั่งคำคมที่ว่า “หนทางความสำเร็จคือ การเรียนรู้และปรับปรุงความล้มเหลว”
หากท่านผู้อ่านสนใจศึกษาดูงานการเพาะพันธุ์ปลากะพงขาว การเลี้ยงปลากะพงขาวในระบบน้ำหมุน เวียน หรือต้องการที่จะซื้อลูกพันธุ์ปลากะพงขาว สามารถติดต่อมาที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต6 (สงขลา) โทร 074-311895 หรือเข้าเยี่ยมชมเว็บไซด์ที่ www.nicaonline.com หรือทางช่องทางเฟสบุ๊คwww.facebook.com\nicaonlineของเราพร้อมบริการด้วยความภาคภูมิใจค่ะ

เอกสารอ้างอิง

1. ยงยุทธ ปรีดาลัมพะบุตร, 2554.หนังสือครบรอบ 30 ปี การก่อตั้งสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง
10 กันยายน 2554. สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง สำนักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง กรมประมง. 107 หน้า
2. คุณสวัสดิ์ วงศ์สมนึก, หนังสือ 54 ปี จากสถานีประมงทะเลสงขลาสู่สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ชายฝั่ง
การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งก้าวหน้าด้วยพระบารมีปวงข้าพระพุทธเจ้าน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา) กรมประมง. 48 หน้า

 

หน่วยงานที่สร้างคู่มือ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา หน่วงานที่รับผิดชอบ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมประมง ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

สามารถดาวโหลดเอกสารได้ : คลิ๊ก

บทคัดย่อ

การศึกษาชีววิทยาบางประการของปลากะแมะ ในพื้นที่พรุโต๊ะแดง จังหวัดนราธิวาส ได้ดำเนินการในรอบปี ระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม 2544 โดยรวบรวมตัวอย่างปลาจากชาวประมง ผลการศึกษาพบตัวอย่างปลากะแมะที่รวบรวมได้ 293 ตัวอย่าง มีความยาวเฉลี่ย 14.6+-1.8 เซนติเมตร น้ำหนักเฉลี่ย 37.7+-9.7 กรัม ประกอบด้วยปลากะแมะเพศผู้ 136 ตัว และเพศเมีย 157 ตัว ปลากะแมะมีรูปร่างแบบ elongate บริเวณส่วนหน้าแบนลงและส่วนท้ายแบนข้าง ส่วนหัวใหญ่ แบนราบมาก มีความยาวมาตรฐานเท่ากับ 5.8+-11.1 เท่าของความลึกลำตัว การวิเคราะห์สัดส่วนเพศไม่พบความแตกต่างกันในรอบปี อัตราส่วนปลากะแมะเพศผู้ต่อปลากะแมะเพศเมียเท่ากับ 1:1.15 และมีสมการความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักต่อความยาวปลาเป็น W = 0.2052 L1.9384 (R2 = 0.9389, n = 293, p<0.01) ส่วนการศึกษาองค์ประกอบของอาหารแสดงให้เห็นว่าปลากะแมะเป็นปลาประเภทกินเนื้อมีอาหารในกระเพาะประกอบด้วยเนื้อปลาร้อยละ 90.3 แมลงร้อยละ 7.0 ซากอินทรีย์ร้อยละ 2.5 และวัสดุอื่นร้อยละ 0.2 มีสัดส่วนของความยาวปลาต่อความยาวลำไส้เฉลี่ย 0.74

บทคัดย่อ

การเลี้ยงกุ้งกุลาดำแบบพัฒนาในประเทศไทยมักประสบกับการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพน้ำและตะกอนดินระหว่างการเลี้ยงกุ้ง กรมประมงได้นำเอาระบบการเลี้ยงกุ้งแบบสมดุลนิเวศ ที่เน้นการจัดการบำบัดน้ำทิ้งและตะกอนเลนหมุนเวียนอย่างต่อเนื่องในระหว่างเลี้ยง เข้ามาทดสอบสาธิตในพื้นที่เลี้ยงกุ้งของเอกชนรายย่อยในเขตอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพน้ำและตะกอนดินระหว่างเลี้ยงและข้อมูลการผลิตกุ้งในบ่อที่จัดการลี้ยงกุ้งกุลาดำแบบสมดุลนิเวศที่ปล่อยกุ้งลงเลี้ยง 42 ตัว/ตรม. เปรียบเทียบกับบ่อที่จัดการเลี้ยงกุ้งแบบพัฒนาทั่วๆ ไปที่ปล่อยกุ้ง 31 ตัว/ตรม.

บทคัดย่อ

อัตรารอดของปลากะพงขาวที่ระดับการเสริมหัวอาหารเท่ากับ 1,2,3,4,5 และ 10% ไม่แตกต่างกันทางสถิติ ส่วนที่ ระดับ 0 และ 0.5 % มีอัตรารอดค่อนข้างต่ำ น้ำหนักที่เพิ่มที่ระดับ 0 และ 10% มีค่าต่ำสุด และพบว่าการเติมหัวอาหารที่ระดับ 1%เป็นระดับที่เหมาะสมที่สุด คือ โตที่สุดอัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อต่ำและมีอัตรารอดสูงสุดสำหรับปลากะพงขาว ที่ให้อาหารโดยไม่เสริมหัวอาหาร(0%) มีอัตราการตายสูง

ในระหว่างวันที่ 5 - 8 กันยายน 2560
หลังจากรอเวลามาประมาณ 4 ปี ก็ได้เวลาเริ่มผลิตปลากะพงขาวรุ่นลูก (F1 select generation) จากพ่อแม่ปลากะพงขาวกลุ่มคัดเลือกสำหรับน้ำหนัก (select for body weight) ที่ถูกคัดเลือกไว้ที่ระดับความเข้มข้นของการคัดเลือก (selection intensity) 2 ระดับ และกลุ่มควบคุม (random group)

 ความสำเร็จที่เป็นครั้งแรกของโลกนั้น ใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะเกิดในประเทศไทย โดยคนไทย ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ปลากะพงขาวครั้งแรกของโลกนั้น มีที่มาที่ไปอย่างไร ซึ่งผู้เขียนได้รับโอกาสให้เขียนบทความนี้ ซึ่งไม่ได้มีโอกาสได้เขียนกันบ่อยๆ นักดังนั้นบทความนี้จึงเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ที่ผู้เขียนจะได้ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาในการเพาะพันธุ์ปลากะพงขาวสำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก

โปรตีนสกิมเมอร์สำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเชิงพาณิชย์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ไม่ว่าจะเป็นการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามขนาดเล็ก หรือการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ นอกจากการให้อาหารเพื่อการเจริญเติบโตที่ดีของสัตว์น้ำแล้ว การจัดการคุณภาพน้ำถือเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้เลี้ยงสัตว์น้ำต้องมีความรู้ความเข้าใจ เพื่อที่จะจัดการคุณภาพน้ำให้เหมาะสมกับสัตว์น้ำที่เลี้ยง โดย เฉพาะการกำจัดของเสียที่เกิดจากการเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น ขี้ปลา และเศษอาหาร ด้วยวิธีการเปลี่ยนถ่ายน้ำ หรือหากเป็นสารอินทรีย์ที่ไม่ละลายน้ำ

บทคัดย่อ

นำเตตราไฮมีนาที่แยกได้จากปลาหางนกยูงที่เป็นโรคตัวเปื่อยมาศึกษาเพื่อจัดจำแนกชนิดทางอนุกรมวิธาน โดยศึกษาลักษณะสันฐานวิทยา จากตัวอย่างสด และย้อมสี ตรวจดูลักษณะเซลล์ภายใต้กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง (Light microscopy, LM) และนำเซลล์มาผ่านการเตรียมตัวอย่างเซลล์เพื่อศึกษารายละเอียดลักษณะรูปร่างให้ชัดเจนมากขึ้นด้วยกล้องจุลทรรศน์แบบส่องกราด (scanning electron microscopy, SEM) ผลจากการศึกษาพบว่าเตตราไฮมีนาเป็นสัตว์เซลล์เดียวที่มีซีเลีย (cilia) รอบตัว (somatic ciliary row) จำนวน 24-26 แถว